ประเพณีประจำก่อนเปิดเทอม ที่จะต้องสรุปสิ่งที่ได้จากปิดเทอมและรีวิวหนังที่ได้ดู
แต่เนื่องจากปิดเทอมนี้มันแสนสั้น และชีวิตอิฉันก็ช่างไร้แก่นสาร เล่นซิมส์ เที่ยว ชอปไปวันๆ จึงขอเขียนถึงแค่รายการหนังจะเป็นการดีเสียกว่า
เริ่มจากหนังโรงที่ได้ดูนิ
New york, I love you
ที่มา http://movie.mthai.com/wp-content/uploads/2009/08/new_york_i_love_you-resize.jpg
เพิ่งดูมาหมาดๆ เนื้อหาของเรื่องนี้คือเรื่องสั้นหลากหลายรสชาติเกี่ยวกับชีวิตและความรักที่เกิดขึ้นในมหานครนิวยอร์กที่ถูกนำมาร้อยเรียงต่อกันเป็นเรื่อง ซึ่งนี่เป็นหนังในชุดเดียวกันกับ Paris Jet'aime นั่นเอง
สำหรับแล้ว NYนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆ เพราะดูสนุกสนานลื่นไหล เราจะเห็นความต่อเนื่องของตัวละครและเหตุการณ์ที่ค่อนข้างฉับไวหวือหวา เหมือนกับชีวิตในนิวยอร์ก แต่อย่างไรก็ดีมันก็ยังมีช่วงที่เนิบนาบปล่อยอารมณ์ด้วยเช่นกัน ทำให้หนังเรื่องนี้ดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ ในแต่ละตอนก็แสดงอารมณ์ออกมาได้แตกต่างสมกับความหลากหลายในนิวยอร์ก ซึ่งเมื่อดูจบแล้วจะออกไปทางอิ่มใจมากกว่าที่จะเหงาหรืออะไร เราว่าดีกว่าตอนปารีสอีก แม้ว่าบางไอเดียจะคุ้นๆมาจากปารีสก็เถอะ แต่ อย่าได้แคร์ อยากจะเชียร์ให้ใครๆได้ไปดูกันนะ พอดูเสร็จก็อาจจะอยากพูดออกมาก็ได้ว่า NY, I love you!
District 9
ที่มา http://www.moviestoday.org/wp-content/uploads/2009/09/district9_poster.png
หนังแอคชั่นดราม่าสุดเจ๋ง ด้วยพล็อตคันๆ เกี่ยวกับเมื่อมียูเอฟโอจากต่างดาวมาลอยอยู่นิ่งๆเหนื่อพื้นโลก ภายในบรรจุเหล่าเอเลี่ยนที่หน้าตาคล้ายกุ้งที่หมดเรี่ยวแรงอยู่เต็มลำ รัฐบาลจึงจัดสรรบริเวณทำเป็นที่อยู่อาศัยซึ่งก็คือสลัมดีๆที่เรียกว่า district9 นั่นเอง จนเวลาล่วงเลย มันสลัมและป่าเถื่อนจนรัฐบาลต้องจัดการอพยพ(และกวาดล้าง) ซึ่งพระเอกที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมนั้นก็ไปโดนสารพิษต่างดาวเข้าจนติดเชื้อกลายเป็นลูกครึ่งเข้าไปเต็มๆ รัฐบาลจึงตามจับมาเพื่อทำการทดลองให้ใช้อาวุธต่างดาว เรื่องราวจึงเกิดขึ้น
สาเหตุที่ว่ามันเจ๋งสุดๆ ก็คงเป็นหนังแอคชั่นที่นอกจากจะมันส์ระทึกแล้ว เนื้อหามันยังอัดแน่นไปด้วยความดราม่า ที่ให้เราตั้งคำถามตลอดเวลาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ความเห็นแก่ตัว และความรักที่เป็นพลังให้พระเอกหาทางคืนร่างให้ได้ ซึ่งเราว่าคุณพระเอกก็แสดงได้ดีมากเลยล่ะ เพราะสภาพของพระเอกเป็นอะไรที่อึดอัดกดดันมาก สภาพที่ไม่มีที่อยู่ทั้งทางปัจจัยสี่และสถานภาพทางสังคม ทุกคนจ้องจะจับตัว อยู่อย่างอดๆอยากๆ และที่สำคัญที่สุดคือการทนมองตัวเองค่อยๆกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดโดยทำอะไรไม่ได้
แถมนิดว่า ฉากจบมันดราม่ามาก T ^ T
นอกไปจากสองเรื่องนี้ ก็ได้ดู ห้าแพร่ง กับมหาลัยสยองขวัญ ทั้งนี้ เราเป็นพวกกลัวผีมากแต่ก็ชอบดู แต่สองเรื่องนี้โดนลากไปดู ก็เออเอาวะ ซึ่งไม่รู้จะรีวิวอะไร แต่ก็พูดง่ายๆสั้นว่า ห้าแพร่งก็ดีนะ ชอบตอนหลาวชะโอนกับขำตอนมาช่า ส่วนมหาลัยสยองขวัญ ไม่ค่อยดีอะ มันดูจงใจเกินไปมากๆ แถมบทยังทำให้ดูตลกอีกในบางตอน บางตอนก็ตลกด้วยเพลง เลยงงๆว่านี่มันหนังอะไรกันหว่า
แล้วก็เข้าสู่โซนหนังแผ่นที่ซื้ออย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่เคยดูหมดซะที = ="
Eternal Sunshine of the spotless mind
ที่มา http://ycinemanow.files.wordpress.com/2007/03/eternal-sunshine-of-the-spotless-mind.jpg
เมื่อนางเอกจัดการลบพระเอกไปจากความทรงจำหลังจากการทะเลาะกันครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเขารู้ก็เลยไปขอรับการลบความทรงจำบ้างด้วยความปวดใจ แต่ทุกขณะที่ขั้นตอนการลบความทรงจำด้วยการย้อนดูอดีตดำเนินไป เขาก็พบว่ารักเธอมากมายแค่ไหน และพยายามที่จะหนีการ"ลบ"นี้ให้ได้
"ลบเธอไม่ให้ลืมเธอ" พล็อตหนังเก๋ไก๋นี้ยังไม่ได้มีแค่นั้น เพราะนอกจากจะมีคู่พระเอกแล้ว ยังมีอีกคู่เอกคู่หนึ่งที่ประสบปัญหาการเล่นตลกของความจำและความผูกพัน แม้ช่วงแรกๆเราจะงงหนักหนาว่านี่มันอะไรกันวะ แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ เราก็พบอาการ"ร้องไห้ราวกับญาติเสีย"ขึ้นมาอีกแล้ว เพราะมันเป็นอะไรที่กินใจมากๆ ทำให้เรารู้สึกถึงความรักที่ลึกซึ้งและยิ่งใหญ่แบบไม่มีเหตุผล(การคบกันของคู่นี้ดูไม่ค่อยมีเหตุผล แต่เป็นอะไรที่ใช้ใจมากๆ)
ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง มันดีมากจริงๆ โรแมนติกสุดยอด
Ma Vie En Rose
ที่มา http://genderfork.com/wp-content/uploads/2009/08/ma_vie_en_rose.jpg
เนื้อหาเกี่ยวกับเด็กผู้ชายวัยเยาว์(น่าจะเจ็ดขวบนะ)ที่ค้นพบว่าตัวเองชอบแต่งหญิงและชอบเล่นแบบผู้หญิงมาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลให้เกิดปัญหาภายในครอบและนอกครอบครัวด้วยว่าโดนรังเกียจจากเพื่อนบ้านที่ภายนอกดูเป็นชุมชนแสนดี และร้ายที่สุดคือพ่อของเขาก็ต้องออกจากงานเพียงเพราะ เขาเป็น"แต๋ว"
หนังดีการันตีรางวัล(ดูโปสเตอร์สิ) ซึ่งแผ่นนี้ซื้อมาจากการแนะนำแบบถวายชีวิตของพี่พนักงานร้านแมงป่อง เราเลยจัดให้ด้วยการซื้อปุ๊บกลับไปดูเลย ซึ่งสมคำโฆษณาจริงๆ ดีมาก น่ารัก อบอุ่น สะเทือนใจ โดยที่หนังเก็บอารมณ์ได้ละเอียดมากว่าอาการตกใจและเสียใจที่รู้ว่าลูกเป็นเกย์จะเริ่มจากพ่อก่อนและเมื่อพ่อเริ่มปลงได้ ทางฝ่ายแม่จึงทนไม่ไหวจนต้องระบายออกมา ซึ่งเออ มันละเอียดจริงๆ อีกจุดเด่นที่สำคัญคือสีสันสวยงามและภาพจินตนาการความฝันที่ถูกสอดแทรกเป็นระยะๆให้ความรู้สึกแฟนตาซีแบบครอบครัวและเจ๋งมากๆ เห็นถึงความกล้าหาญและสนุกสนานในการสร้างหนัง สรุปแล้วเป็นอีกเรื่องโคตรแนะนำเช่นกัน
Dancer in the dark
ที่มา http://content9.flixster.com/photo/86/33/71/8633715_gal.jpg
หนังอินดี้ของผู้กำกับ Lars Von Trier ที่กำกับDogvilleอันได้เคยรีวิวไป สำหรับหนังเรื่องนี้เขายังคงความเก๋ด้วยการทำmusical ฉบับพลเมืองชั้นสองและโลกแห่งความจริง เนื้อหาว่าด้วยอีสาวโรงงานซึ่งตาค่อยๆบอดลงเก็บเงินเพื่อให้ลูกชายได้ผ่าตัดตา(ปั๋วชีไม่อยู่) ชีวิตอันน่ารันทดยังมีมรสุมเข้ามาเมื่อเงินเก็บทั้งหมดถูกชายเจ้าของรถเทรลเลอร์นั้นขโมยเงินไปเพื่อใช้หนี้ และยังยิ่งเศร้าได้อีกเมื่อเธอต้องกลายเป็นฆาตรกรโดยมิได้เต็มใจ
ความเจ๋งประการแรกคือนักแสดงนำ ซึ่งก็คือเจ้าป้าBjorkแห่งวงการเพลงนั่นเอง หลายๆคนคงรู้จักความเฮี้ยนของชีเป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่าเพลงสไตล์บียอร์กก็ได้เป็นมิวสิคัลของหนังเรื่องนี้นี่เอง ซึ่งเพลงในเรื่องนี้จะเป็นแนวทึมๆ ไม่มีทำนองใสปิ๊ง แต่จะใช้เสียงจากสิ่งแวดล้อม เช่นเสียงเครื่องจักรในโรงงาน เสียงรถไฟ เป็นต้น เพลงที่ได้จึงมีความหลอน แปลก และเนื้อหาลบสุดโต่งผิดกับมิวสิคัลปกติแบบหน้ามือเป็นหลังตีนทีเดียว
เมื่อรวมเนื้อหาของหนัง เจ๊บียอร์ก และเพลงประกอบแล้ว หนังที่เนิบเนือยเรื่องนี้อาจทำให้คุณเป็นบ้าไปเลยก็ได้ เพราะมันช่างหดหู่ กดดัน อึดอัดทรมานใจ จนอยากให้มันจบเสียที ขัดกับใบหน้าของบียอร์กที่ยิ้มอย่างเลื่อนลอยและคิดถึงความฝันแสนสนุกของเธอตลอดเวลา แต่โลกมันโหดร้ายเกินไปจนบางทีการรีบๆตายไปอาจจะดีกว่าก็ได้
ทั้งนี้มิใช่อิฉันไม่ชอบ แต่มันกดดันเกินกว่าสไตล์ที่ชอบดู(น้ำตาจึงไม่มีหยดเลย) จึงแนะนำได้เพียงว่า ใครมีภูมิต้านทานความหดหู่เป็นอย่างดี ขอให้ได้ดูซะ
Persepolis
ที่มา http://www.movietrailers.net.au/images/persepolis-movie-poster.jpg
หนังที่สร้างมาจากการ์ตูนเรื่องดังแสบๆคันๆ เกี่ยวกับชีวิตของมาร์จอเน่ สาวอิหร่านหัวก้าวหน้า จนทนอยู่ในอิหร่านที่มีความกดขี่ไม่ได้ ต้องออกมาเผชิญโลกกว้างแต่ยังเยาว์ ซึ่งในฉบับหนังนี้ ก็ให้อรรถรสคล้ายกับในการ์ตูนเลย มันจึงไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่จะมีเทคนิคสีและภาพเคลื่อนไหวที่ดูดำดิ่งได้อารมณ์มากกว่า ขณะที่แบบการ์ตูนจะดูนัวร์ๆกว่านะ
Lost in Translation
ที่มา http://imagecache5.art.com/p/LRG/21/2110/4N7ED00Z/lost-in-translation.jpg
หนังดังหนังเด็ด ว่าด้วยการใช้ชีวิตในต่างบ้านต่างเมืองในเวลาสั้นๆ ของพระ และนางโดยที่ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย แม้จะเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้น แต่ความทรงจำและผูกพันท่านกลางความเหงาเดียวดายนั้น ยังยืนกว่า....จริงหรือ
หนังที่ตอนแรก เมื่อดูปกและอ่านเนื้อหาแล้วก็รู้สึกไปเองทันทีเลยว่า เหงาแน่ๆ เหงาโคตรๆ ระดับหว่องกาไวเลยพี่ แต่พอดูจบแล้ว...อืม ไม่เหงาว่ะ คือการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นของทั้งคู่นั้นไม่ได้แสดงให้เห็นแต่ความเหงาและเย็นชาของอารยธรรมที่แตกต่างเลย เรารู้สึกว่าปัญหามันอยู่ที่การสื่อสารมากกว่าเมืองกัดกร่อนใจให้เหงา และด้วยพระเอกนางเอกคุย"ภาษา"เดียวกัน จึงคลิกได้อย่างรวดเร็ว แต่ถามว่าพอกลับสู่อเมริกาไปแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะยั่งยืนไหม เราตอบไม่ได้ เพราะมันดูราวกับว่า "ความเหงาพาไป"
The Machinist
ที่มา http://imagecache2.allposters.com/images/pic/MMPO/503276~The-Machinist.jpg
หนังดาร์คๆนัวร์ๆนำแสดงโดยคริสเตียน เบล ซึ่งเป็นที่กล่าวขานถึงความทุ่มเทว่ายอมลดน้ำหนักลงมาถึง 1ใน3จากเดิมเพื่อสวมบทบาทชายหนุ่มที่นอนไม่หลับจนเห็นภาพหลอนต่างๆนานาเลยทีเดียว ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นมายาที่เกิดจากความรู้สึกผิดบาปในอดีตของเขานั่นเอง
เรื่องนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆมากมายที่แทรกเข้ามา อีกทั้งภาพหนังที่ใช้โทนสีมืดทึม รวมกับบทบาทราวโครงกระดูกเดินได้ของคริสเตียนเบลนั้น ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นทริลเลอร์ชั้นดีเรื่องนึงทีเดียว แม้ว่าบางอย่างเราจะเดาได้แต่แรกก็ตาม แต่เราพลาดไปอย่างที่กดเปิดซับแล้วพบว่า มันไม่ใช่ซับหนัง แต่เป็นคำบอกเล่าของผู้กำกับเกี่ยวกับนักแสดง ที่มา การตีความของฉากต่างๆแบบฉากต่อฉากเลยทีเดียว คิดในแง่ดีก็ทำให้เราเข้าใจหนังได้ดีขึ้น แต่มันกลับรบกวนการเข้าถึงอารมณ์ของตัวหนังไปเสียมากน่ะสิ อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้จัดว่าแหล่มเลยทีเดียว ขอแนะนำ
Lars and the real girl
ที่มา http://www.movieretriever.com/images/partner/blogs/263_lars_and_the_real_girl.jpg
หนังดังที่เราตามหามานาน ว่าด้วยผู้ชายแสนซื่อนิสัยดีที่มีปัญหาด้านการผูกสัมพันธ์คนหนึ่ง ตัดสินใจสั่งตุ๊กตายางมาเป็นแฟนสาว! พล็อตแรงขนาดนี้ไม่เจ๋งก็ไม่รู้จะว่ายังไง
ถ้าฟังแค่นั้นคงรู้สึกว่ามันเป็นหนังติดเรทแบบแสบๆคันๆ แต่ที่จริงแล้ว เป็นหนังครอบครัวอบอุ่นน่ารักที่แสดงถึงปัญหาการเข้าสังคมของลาร์ส และการช่วยเหลือกันของคนในชุมชนที่พยายามช่วยเหลือลาร์สได้อย่างดีเยี่ยม ความดีและน่ารักของชุมชนนี้ทำให้เรานึกถึงชุมชนจากเรื่อง Ma vie en rose ที่ได้กล่าวถึงไป ที่แม้ภาพลักษณ์จะดูแสนดีมีน้ำใจเพียงไร สุดท้ายก็แค่ภาพลวงตา ผิดกับชุมชนนี้ที่ทุกคนเป็นคนจริง พอดูจบแล้วก็ต้องยิ้มอย่างอิ่มใจให้กับหนังดีๆสร้างสรรค์แบบนี้แบบไม่ต้องพยายาม
I am Sam
ที่มา http://www.siamdvdshop.com/images/I-am-sam.jpg
สุดยอดหนังดีที่เราล้าหลังโคตรๆ เพิ่งจะได้ดู ว่าด้วยชายปัญญาอ่อนที่พยายามสู้ให้ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรสาววัยเจ็ดขวบโดยมีทนายสาวที่ภายนอกดูเพอร์เฟ็คแต่ชีวิตครอบครัวล้มเหลวเป็นคนคอยช่วยเหลือ
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ขอสรรเสริญฌอน เพ็นน์ที่"เป็น"คนปัญญาอ่อนผู้อบอุ่นเปี่ยมรักได้สมบูรณ์แบบมาก ขณะที่อีหนูดาโกต้า แฟนนิ่งเองก็เล่นได้ฉลาด น่ารักและยอดเยี่ยมมาก ถ้ามีลูกแบบนี้ได้สถาบันครอบครัวคงดีขึ้นทั่วโลก ซึ่งไม่ต้องบรรยายอะไรมากนอกจาก ยอดเยี่ยม น่ารัก อบอุ่น ซาบซึ้งและน้ำตาท่วมจอ
Hedwig and the angry inch
ที่มา http://www.indierag.com/content/reviews/images/hedwig/hedwig04.jpg
หนังกึ่งๆหนังเพลงร็อคสุดแสบ ว่าด้วยเฮ็ดวิก สาวประเภทสองที่ผ่าตัดไม่สำเร็จเหลือดุ้นไว้หนึ่งนิ้ว กับชีวิตของหล่อนที่ถูกนำเสนอเป็นบทเพลงเก๋ๆเปรี้ยวๆ ชีวิตสุดขมขื่นแต่แสบสันต์
ส่วนตัวแล้ว เนื้อหาก็เฉยๆคือไปเรื่อยๆ แต่ที่ชอบคือเพลงมันเพราะดี พวกสาวกร็อคแอนด์โรลน่าจะกรี๊ด แล้วเวลาที่เฮ็ดวิกร้องเพลงนี่จะมันส์มาก บวกกะมันสื่อถึงอารมณ์จนเราลืมไปเลยว่าดูหนังอยู่ เหมือนกำลังดูคอนเสิร์ตผสมMVยังไงยังงั้น
Once
ที่มา http://www.thaidvd2u.com/images/Once.gif
เรื่องสุดท้ายของเอนทรี่ เนื้อหาว่าด้วย ณ เมืองดับลิน ชายหญิงคู่หนึ่งได้เจอกันด้วยความรักในเสียงเพลงและได้ทำงานเพลงร่วมกัน ฟังดูแล้วชวนให้นึกถึง music and lyrics แต่ที่จริงแล้วต่างกันลิบลับ หากMaLคือความสวยงามของความรักและเสียงเพลง onceก็เหมือนกับความจริงและความเศร้าของชีวิต
ถ้าใครยังจำได้ เพลงประกอบจากเรื่องนี้ได้รางวัลออสการ์มาเชยชม ซึ่งก็สมควรแล้วสำหรับเรา(แม้ตอนนั้นจะเชียร์ Enchantedแทบตาย) เพลงเรื่องนี้เหมาะกะพวกที่ชอบแนวบริทๆ ฟังแล้วจะนึกถึงชายฝั่งทะเลหน้าหนาวมากๆ บวกกับสภาพแวดล้อมในหนังและเนื้อหาชวนให้เหงาจับใจอย่างบอกไม่ถูก และในตอนจบสุดท้าย พระเอกนางเอกก็อาจไม่ใช่เจ้าชายเจ้าหญิงของกันและกันในชีวิตจริง
หมดแล้ว โฮก เหนื่อย จริงๆก็ดูอะไรอีกนิดหน่อยแต่ไม่น่ารีวิว บวกกับนั่งดูGossip Girl2 อย่างบ้าคลั่งไป ไว้ซักวันจะมีเอนทรี่อุทิศโดยเฉพาะ เพราะมันกรี๊ดมาก
เอาล่ะ หมดเวลาสนุกแล้วซี ขอลาก่อนบายบี ความสุขียามปิดเทอม
และสุดท้าย สวัสดีนรกบนดิน