เห็นชื่อหัวข้อแล้วคงงงๆ อีนี่อะไรของมัน
แต่เรื่องมันมาจากว่า เราได้ไปดูหนัง2เรื่องนี้มาติดๆกันเลยทีเดียว และรู้สึกประทับใจกับอะไรบางอย่าง
ความรักหลากรูปแบบที่ได้พบทั้งยามกลางคืนของบลูเบอรี่ และยามกลางวันของalways
มิตรภาพ ชีวิต ปมปัญหาของตัวละครที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้
ขณะที่เรื่องนึงเน้นการนำเสนอในยามค่ำคืนอันเหน็บหนาว อีกเรื่องกลับนำเสนอด้วยยามกลางวันอันอบอุ่น
แต่น่าแปลกใจ มีทั้งความเหงาและอบอุ่นเกิดขึ้นพร้อมๆกันทั้ง2เรื่อง
ไม่ขอวิจารณ์มากมาย เพราะวิจารณ์ไม่เก่ง แต่ขอพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเล็กน้อย
บลูเบอร์รี่ไนท์ นางเอกเป็นเหมือนบลูเบอร์รี่พายที่ไม่มีใครซื้อ แต่เธอก็ออกเดินทางตามหาความหมายของชีวิต ความรัก และสุดท้าย ด้วยฉากจูบสุดโรแมนติกซาบซ่า ทำให้เรารู้ว่า บลูเบอร์รี่พายมีดีในตัวเองอย่างเหลือล้น การเดินทางหลายพันไมล์ เปรียบเหมือนการค่อยๆอบปรุงบลูเบอรรี่พายให้เป็นมันอันหอมหวาน
คติความรักในเรื่องดีๆมีมากมาย แต่มันค่อนข้างจะผู้ใหญ่มาก เราคิดว่าหลายๆอันวัยรุ่นทั่วไปคงไม่เข้าใจ ถ้าดูเอาสนุกไปดูปิดเทอมใหญ่ฯดีกว่า เพราะเรื่องนี้มันติสม์ (ภาพสวยงาม) และแนวคิดผู้ใหญ่มากๆอะ
มาถึงฝั่งกลางวัน กับAlways: sunset on the third street ภาคแรกนั้น ใครที่เคยดูคงรู้ว่ามันประทับใจแค่ไหน สำหรับเรานี่เล่นเอาน้ำตาหมดก๊อกไปเลยทีเดียว กลับมากะภาค2 ก็อย่างที่คิดเอาไว้ ไม่ดีเท่าภาคแรก แต่ไม่ได้แย่อะไรเลย ยังดีเหมือนเดิม แค่เปิดมาแล้วเห็นว่าทุกคนในชุมชนยังสบายดีก็รู้สึกตื้นตันแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายที่เกี่ยวกับความรัก ศักดิ์ศรี ครอบครัวและอื่นๆ ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นตัวแทนยามกลางเย็นที่ส่องแสงอบอุ่นสวยงามจริงๆ
ประทับใจเป็นพิเศษกับอาการซึนเดเระ(รักนะแต่มิแสดงออก)ของตัวละครหลายๆตัวโดยเฉพาะเด็กๆมากๆเลย น่ารักจริงๆ
สุดท้ายแล้ว เราก็อดคิดไปเองไม่ได้ว่า สำหรับคนที่ยังไม่มีคนมารักสักที ก็คงเหมือนกับบลูเบอร์รี่พาย ทั้งๆที่ไม่ผิดอะไร แต่ไม่มีใครเลือก
แล้วมันจะเป็น"บลูเบอร์รี่พาย"ที่ไม่มีใครเอา "ตลอดไป"รึป่าวล่ะ
เราไม่รู้ เราตอบไม่ได้ แต่เรามั่นใจว่าบลูเบอร์รี่ก็มีดีในตัวเอง..แน่นอน ตลอดไป
อนึ่ง ช่วงนี้เอาแต่รีวิวหนังแฮะ หนีความจริงสุดๆเลยเรา