ควันหลงสงกรานต์ค่ะ
สืบเนื่องมาจากช่วงสงกรานต์ได้ไปบ้านยายที่ต่างจังหวัดมา ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ บอกได้เลยว่า "บ้านน๊อก บ้านนอก"
จริงๆแล้วก็ไปทุกสงกรานต์ล่ะนะ แต่ปีนี้เราเพิ่งมีประสบการณ์แปลกใหม่ เปิดโลกทัศน์อันแคบๆของชาวกรุงแบบเราได้ดีนักแล
เริ่มจาก การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านระหว่างหมู่บ้านย่อย คือหมู่บ้านนี้เค้าแบ่งเป็นหมูบ้านย่อยๆ3หมู่ แต่ก็อยู่ด้วยกันในชื่อเดียว มาจัดแข่งกันที่ลานวัดของหมู่บ้านจ้ะ กีฬาก็เช่น วิ่งโกกเกก(ไม้ต่อขาน่ะ) ปิดตาตีปี๊บ แข่งเตะปี๊บ ปาสาก(โยนสากให้ล้มพินทีละอันน่ะ ห้ามล้มเกินทีละ1อัน ยากเหอะ) บลาๆๆ หลากหลายและสนุกมากๆ
นี่คือ1ในผู้ใหญ่บ้านนะนี่ กะลังแข่งตีปี๊บอยู่
ตีแล้ว! พลาดไปนิดเดียวเอง เสียดาย
บรรยากาศการแข่งจ้ะ
คนที่นี่เค้าเฮฮาสนุกสนานมากเลย มีเปิดเพลงลูกทุ่ง ตีกลอง ลำซิ่งกันอยู่ข้างสนาม ผู้บรรยายก็ฮา ดูแล้วอารมณ์ดีมากๆเลย ปัญหาหนักๆมันหายไปจากสมองเลยล่ะ
ตอนพักครึ่งกับเลิกงาน ก็มีรถใหญ่มาฉีดน้ำทั่วลานวัดเลย ถือว่าเล่นสงกรานต์กันเป็นหมู่คณะใหญ่ เย็นฉ่ำสดชื่นจริงๆ แถมยังได้รอยยิ้มและความสุขกลับไปด้วยแน่ะ
ตอนกลางคืน ณ ลานวัดเดิม มีรำวงแบบโบราณด้วยล่ะ
พูดไปแล้วหลายคนคงสงสัย บางคนอาจเคยได้ยินตามงานวัดยุคเก่า มันคือรำวงที่มีนางรำอยู่ แล้วจ่ายเงินค่าตั๋วเข้าไปรำด้วย คิดราคาเป็นรอบ รอบละ1เพลง นางรำในที่นี้ เห็นหน้าแล้วเหนื่อยแทน เพลงนี่ก็แบบว่าโบราณมาก เอาจริงๆคือเต้นไม่มันส์หรอก แต่ได้บรรยากาศแบบไทยๆดีมากเลย สนุกดีนะ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากเลย
เข้าสู่ช่วงพิธีการ ก็การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่นี่เอง
อันนี้คือครอบครัวฝั่งตายาย จริงๆแล้วยังขนมาไม่หมด แต่จากภาพก็เห็นได้ว่าล้นหลามขนาดไหน สะท้อนถึงครอบครัวใหญ่แบบชนบทมากๆเลย
พิธีที่ว่าก็ไม่มีอะไรมาก แค่ลูกหลานนั่งกัน รอรับศีลพรจากตายาย แล้วก็รดน้ำท่านทีละคน เรียงลำดับอาวุโส
ทั้งหมดที่ว่ามานี้คือการร่วมกิจกรรมสงกรานต์ของเราค่ะ จะเห็นว่าคอนเซอเวทีฟมากทีเดียว ไม่มีเล่นน้ำแบบวัยสะรุ่นทั่วไป(คงเพราะหมดวัยแล้ว) แต่การได้ร่วมกิจกรรมที่ว่ามานี้ มันเปลี่ยนความคิดเราไปหลายอย่างเลยล่ะ
เดิมที่ไม่ชอบไปบ้านยาย เพราะมันบ้านนอกกกกก เราก็ได้เห็นมุมต่างว่า บ้านนอกนี่มันอบอุ่นมากเลยนะ
เมื่อก่อนมองชาวบ้านว่าอะไรไม่รู้ ดูเค้าคนละชั้นกับเรา ดูเอะอะโวยวาย แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว คนที่นี่เค้าคนจริง คนที่มีความสุขกับชีวิตจริงๆ ไม่มีคำว่าวัตถุนิยมมาบดบัง
เรามองเห็นที่เดิมๆในความรู้สึกใหม่ๆ เห็นสายใยชีวิตบางอย่างในคนชนบทซึ่งไม่มีวันหาได้เลยในเมืองกรุง
นั่งคิดถึงสงกรานต์แบบเก่าๆไปเรื่อย พอหันไปดูข้างๆอีกที
อ้าว สก๊อยแว้นตุ๊ดเกรียนออกมาดิ้นกันให้เกลื่อนถนนเชียว
สวัสดีเมืองพุทธ