วันนี้ฝนตกอีกแล้ว
.......
.......
เสียงพระสวดดังออกมาจากศาลา เรานั่งพนมมือฟังคำสวดที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยทราบความหมายไปอย่างเบลอๆ
คนอีกเกือบร้อยต่างมารวมกัน เพื่อ 1 ชีวิตที่หายไป
เราทุกคนนั่งอยู่ที่นั่น ฟังบทสวดที่ไม่เคยเข้าใจท่ามกลางลมฝนพัดเย็น
ชีวิตที่หายไป เหมือนน้ำฝนที่ไหลลงมา
.......
ตั้งแต่เกิดมาเราไปงานศพนับครั้งได้ แถมนี่ก็ไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว เราจึงไม่คุ้นเคยกะอะไรเลย ในหัวเรามีแต่คำถามว่าทำไม
ทำไมถึงถ่ายรูปในงานศพ ทั้งๆที่มันเป็นความทรงจำแสนเศร้า แล้วถ่ายทำไม
ทำไมชีวิตถึงแสนสั้น แล้วคนที่จากไปเค้าจะเฝ้ามองอยู่แถวๆนั้นรึป่าว ตายแล้วไปไหน
ทำไมงานศพถึงจัดเป็นวันคี่ ตัวเลขสำคัญยังไง หรือเป็นแค่ความเชื่อที่ไร้เหตุผล
ทำไมเราถึงรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้
ทำไม ทำไม ทำไม
........
มีคนเคยพูดอยู่เสมอเรื่องว่าจะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ ขอให้รีบทำในสิ่งที่อยาก
ใช่เลย เราเห็นด้วย
แต่ในทางปฎิบัติมันยากมากๆนะ ถ้าการกระทำนั้นทำไปเพราะแค่อยาก แต่ผลกระทบของมันจะทำให้เราทุกข์ใจไปอีกนาน แล้วคนเราจะเลือกทำมั้ย
มองน้ำฝนที่ไหลลงมา ก็เหมือนชีวิตคนที่ค่อยๆตกลงมา ระหว่างทางเราเองจะเจอเพื่อนร่วมทางมากมาย แต่สุดท้าย ทุกคนย่อมตกลงมา กระแทกพื้น สิ้นใจ แต่ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
จนตอนนี้เราก็ยังคิดไม่ตกกับชีวิตว่าควรจะทำอะไรยังไงดี
เรารู้แต่ว่าเราต้องมีชีวิตต่อไป เพราะหากอะไรหลายๆอย่างที่มันทำเลยไม่ได้ มันต้องรอเวลา เราก็จะต้องมีชีวิตถึงวันที่ได้ทำให้ได้
วันนี้เราได้สูดหายใจลึกๆ หลังจากที่รู้สึกว่าไม่ได้"หายใจ"เสียตั้งนาน
หายใจเข้าออกให้เต็มปอด เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า
ฉันยังมีชีวิตอยู่
............
............
ตอนนี้ ฝนกำลังตกอยู่