วันนี้ไปดู The other Boleyn Girl มาค่ะ
ด้วยความชิวและหนีความจริง เลยแอบนัดคู่เบี้ยน( ?)ไปดูมา ปรากฏว่า.... เยี่ยวเหลืองมากฮ่ะ
The other Boleyn Girl เป็นเรื่องจริงของราชวงศ์อังกฤษ พูดคร่าวๆก็เกี่ยวกับการแย่งตบตีชิงบัลลังค์ราชินีกันของ2พี่น้อง แต่ลึกๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านี้ (สปอยล์นะ)
แอนน์ โบลีนผู้พี่ (โดย นาตาลี พอร์ตแมน) เป็นสาวสวยแสนแสบและทะเยอทะยาน เธอวางแผนทรยศได้แม้แต่น้องสาวและบงการจนทำให้คิงเฮนรี่หลงใหล จนยอมให้เธอขึ้นเป็นราชินี แต่สุดท้าย.....
แมรี่ โบลีนผู้น้อง (โดย สการ์เล็ต โจแฮนสัน) เป็นสาวงามอ่อนหวานนิสัยดี แบบนางเอ๊กนางเอก เธอแอบบิชชี่โดยมิได้ตั้งใจ แต่สุดท้าย กรรมดีของเธอก็ยังช่วยเธอได้
ก่อนอื่นต้องขอชมฝีมือนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะนาตาลี พอร์ตแมน เดิมทีเธอเป็นดาราโคตรสวยสง่าที่เราหลงใหลอยู่แล้ว เหมือนว่าราศีผู้ดีมันจับเธอเอามากๆ เลยทำให้บทนี้มันเหมาะกะเธอชะมัด ยิ่งพอมาดูการแสดงของเธอในเรื่องนี้ ขอบอกว่าสุดยอดจริงๆ เล่นได้อินเนอร์แรงมากๆ
หนังเรื่องนี้ภาพดีสีสวย ดูสไตล์ภาพยุคเก่านิดๆ คอสตูมสวย สถาปัตยกรรมก็อิงลิชโกธิคมากๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูแล้วเครียดอย่างบอกไม่ถูก ช่วงหลังๆนี่แม่งโคตรเครียดเลย สำหรับเราแล้วหนังเรื่องนี้สนุก แต่ไม่เหมาะกะคนที่ดูเอาผ่อนคลาย เพราะมันทำเอาเราเยี่ยวเหลืองต่อเนื่องถึงตอนนี้
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกะเรื่องนี้ หลักๆเลยคือ ความรัก
พระเจ้าเฮนรี่ แรกเริ่มเดิมทีก็ดูพอใจในตัวแอนน์ แต่พอเจอแมรี่ที่พยาบาลให้ก็ปันใจ ติดใจ แต่ครั้นแอนน์กลับมาใช้มารยาเล่นตัวก็หลงหัวปักหัวปำ จนเขี่ยพระมเหสีทิ้ง
ตลอดเวลา ชายผู้นี้เอ่ยว่า รัก รัก รัก นับครั้งไม่ถ้วน
แต่ไหนล่ะความรัก ดูยังไงเราก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งนั้นซักนิดเลย
แมรี่เองก็ไม่น้อยหน้า ตอนแรกก็ดูเหมือนจะรักสามี(คลุมถุงชน)ดีหรอก แต่พอได้กะคิง ก็บอกว่ารักคิง สุดท้ายก็ได้แต่งงานกะชายอื่นที่แอบรักตนอีกที เออล่ะหนอ ความรักมันเปลี่ยนไปมาได้
สำหรับเรา แอนน์เป็นคนที่ดูตรงไปตรงมาที่สุด เธอไม่เคยมีความรักในใจ มีแต่ความหลงในยศฐาและอำนาจ สิ่งที่เธอรักที่สุดดูเหมือนจะเป็นตัวเธอเอง
ตัวหลักๆที่ทำให้เราเยี่ยวเหลืองคือคิงเฮนรี่นี่ล่ะ ตลอดเวลาเรารู้สึกได้แต่ความหลงใหล ความหื่น และตัณหา ปากที่พูดว่ารักมันว่างเปล่าสิ้นดี พอดูหนังจบเราเลยรู้สึกว่า รักมันคงไม่มีจริงว่ะ หลักๆแล้วคือกามารมณ์ซะมากกว่า เสื่อมศรัทธาจริงๆ
หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงบาป7ประการขึ้นมา เข้าใจเลยว่า ทำไมบาปเหล่านั้นจึงเรียกว่าบาป โดย ตัวหลักๆที่แสดงคือ Lust Pride และ Greed ดูแล้วก็ปลงกับมนุษยวิสัย ชาตินี้จะมีวันหลุดพ้นจากบาปทั้งหลายนี้หรือไม่
แต่ตอนจบนั้น เหมือนจะบอกกลายๆว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง ดูแล้วปลงจริงๆอะ
อนึ่ง ไปกินเค้ก จิบชาแบบอังกฤษ (เป็นอิงลิชเดย์)ที่ร้าน Whitetardมาล่ะฮ่า ร้านโคตรอังกฤษเลย ได้ชิมชีสเค้กมะนาว กับชีสเค้กทั่วไป อร่อยดีนะ ชาก็โอเคเลย อังกฤษจ๋า เสียดายที่รีบไปหน่อย คราวหน้าไว้มานั่งเสี้ยมนานๆ
อนึ่ง เรื่องรับน้องขี้เกียจพูดแล้ว เดิมทีว่าไม่ใช่คนขี้แบน แต่ตอนนี้ชักจะไม่ไหว เราคิดเห็นเหมือนณัฐจ๋าเป๊ะ
หมดเวลาหนีความจริงแล้ว เทอมนี้สัญญาว่าจะไม่ดองงาน รีบๆทำให้เสร็จไปจะได้มีเวลานอนและเล่นเยอะๆ
เบี้ยนเยอะๆด้วย ฮา
edit @ 14 Jun 2008 22:39:22 by alamode