เมื่อวานได้ไปเวิร์คช้อปเล็กๆเกี่ยวกับนพลักษณ์มาค่ะ
ก่อนอื่นเลย นพลักษณ์ (Enneagram) พูดง่ายๆคือลักษณะนิสัยของคนบนโลก โดยพื้นฐานจะแบ่งคนได้9ประเภท
|
1. ไทป์หนึ่ง - นักปฏิรูป |
| 2. ไทป์สอง - นักบุญ |
| 3. ไทป์สาม - ผู้ชนะ |
| 4. ไทป์สี่ - ศิลปิน |
| 5. ไทป์ห้า - นักปราชญ์ |
| 6. ไทป์หก - เพื่อนยาก |
| 7. ไทป์เจ็ด - เจ้าสำราญ |
| 8. ไทป์แปด - ผู้นำ |
| 9. ไทป์เก้า - ผู้รักสงบ |
สามารถติดตามอ่านรายละเอียดและหาลักษณ์ของตัวเองได้จากหลายๆเว็บ เช่น
http://newsite.enneagramthailand.com/
http://www.dekisugi.net/enneagram/ สำหรับทำแบบทดสอบอย่างง่าย ให้พอระบุลักษณ์ตัวเองได้ แต่ให้ดีควรอ่านเองจ้ะ
เข้าสู่ประเด็นหลัก
หัวข้อในการอบรมคือ "ความรักของคน9ลักษณ์" เห็นว่าฟรีเลยลองไปดูหลังจากศึกษาเองตามคำแนะนำของเพื่อนมานาน
ไปแบบงงๆมึนๆ แต่ออกมาแล้วเรารู้สึกผ่องใสสบายใจมากๆ ใครจะไปคิดว่าตัวเองจะกล้าเล่าเรื่องของตัวเองให้คนแปลกหน้าฟังได้มากขนาดนี้
คนที่มาเข้าร่วมราว20คน ส่วนมากมีแต่ผู้ใหญ่แล้วทั้งนั้น กลุ่มเราถือว่าเด็กที่สุด ซึ่งทุกคนพูดว่าโชคดีมากที่ได้รู้จักตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย เราก็ว่าเราโชคดีมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
ความรัก ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนตายตัว ยิ่งคนต่างลักษณ์ ความรักยิ่งไม่เหมือนกันเข้าไปใหญ่ แรกๆเราไม่เข้าใจ แต่เมื่อทุกคนได้แลกเปลี่ยนทัศนคติและประสบการณ์กัน เราก็เปิดใจและเข้าใจมันมากขึ้น ในรูปแบบที่แตกต่าง
เราได้เรียนรู้ ความรักจากมุมมองของคนเป็นพ่อแม่ เดิมทีเราไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ไม่หือไม่อือนัก รับรู้ได้ว่าเค้าก็รักเรา แต่ไม่สนใจ พอได้ฟังจากปากผู้เป็นพ่อแม่คนอื่นๆเเล้ว เรารู้สึกว่ามันล้ำค่าขึ้นมามากๆเลย
พ่อแม่ไม่เคยสนใจว่าลูกจะรักตัวเองมากน้อยแค่ไหน เพราะเขาสนแต่ที่จะให้ความรักกับลูกเท่านั้น
นี่สิ รักแท้คือพ่อแม่เรา
ขอพูดเกี่ยวกับความรักสไตล์เรามั่ง
มีหลายคนที่พูดเรื่องเกี่ยวกับความรักของเค้าออกมาได้อย่างมากมาย พูดได้อินและเข้าใจสุดๆ แต่เราไม่เข้าใจ ไม่เคยมีรักที่จริงขนาดนั้นกับใคร สงสัยด้วยซ้ำว่าตัวเองไร้หัวใจรึเปล่า แต่สุดท้ายเราก็ค้นพบตัวเองว่ารักการลงสีขนาดไหน
เรารักการลงสีเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของเรา ยังไงก็แยกออกจากเราไม่ได้ เราไม่สนไม่แคร์ว่าใครจะพูดยังไงถึงความสำคัญของการลงสี แต่สำหรับเรา มันสำคัญที่สุดและพร้อมจะอยู่กับสิ่งนี้ไปจนตาย
นี่รึเปล่าที่เค้าเรียกว่า"รัก"
เมื่อพูดจบก็เพิ่งเข้าใจตัวเองว่าถ้าไม่เจอคนที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้ ก็ไม่ต้องไปไขว่คว้า อยู่คนเดียวได้สบายดี มีความรักให้กับตัวตนของตัวเองแค่นี้ก็แฮปปี้มากแล้ว รักตัวเองก็ถือว่ารักนี่นา
ได้เจอพี่คนนึงที่เป็นคนโศกซึ้งโรแมนติกแบบเรา เค้าศึกษามันจนปรุโปร่งทำให้ละวางความทุกข์ที่เกิดจากกิเลสของคนลักษณ์4ได้ ตอนที่อยู่ในกลุ่ม ก็รู้สึกคลิกกะพี่คนนี้ขึ้นมาเลยด้วยสัญชาติญาณอะไรบางอย่าง เพราะเค้าดูใจดี สงบ อ่อนหวาน และที่สำคัญ เค้าดูมีความสุขมากๆ ราวกับแผ่รังสีความสุขออกมาทางรูขุมขนเลยล่ะ อยากเป็นให้ได้แบบนั้น ตอนนี้นับถือเป็นไอด้อลทางจิตวิญญาณเลยทีเดียว555
เป็นครั้งแรกที่ได้ทำกิจกรรมกลุ่มกับคนแปลกหน้า ทำให้เรากล้าพูด เปิดเผยตน และทำให้รับฟังคนอื่นมากขึ้นเพราะต้องการเข้าใจอย่างจริงจัง
รู้สึกได้เลยว่า โชคชะตาและพรหมลิขิตมีจริง ถึงทำให้เราได้มาเจอกัน
แต่มันเท่ห์ตรงที่ไม่ได้มีคำสัญญาใดๆ อาจเจอหรือไม่ในอนาคต แต่ ณ วันนี้เราก็ดีใจแล้วที่ได้เกิดมาและพบปะกัน
นี่ก็เป็นความรักอีกแบบหนึ่งรึเปล่านะ รักเพื่อนมนุษย์ รักการมีชีวิต รักโชคชะตา
เขียนมายาวมากเกินพอแล้ว จริงๆอยากพูดถึงความรักของแต่ละลักษณ์ แต่ไอ้เรื่องแบบนี้ เจ้าตัวเท่านั้นถึงจะรู้ตัวเองดีที่สุดนี่เนอะ
ขอให้ความรักเบ่งบานค่ะ
ปล. วันนี้อารมณ์ดีขนาดที่ว่าเห็นกลีบดอกบัวร่วง เห็นใบไม้แห้งร่วงพร้อมหยดน้ำค้างกับดอกแก้ว ก็ดูสวยเลิศไปหมดเลยล่ะ ธรรมชาตินี่เยี่ยมไปเลย