อยากจะบอกว่า ปิดเทอมแล้วจ้า T w T
เป็นครั้งแรกที่เคยมีชีวิตหนักหนาขนาดนี้
เป็นครั้งแรกที่ได้ไปกกบ้านเพื่อนเพื่อทำงานกันแบบโต้รุ่ง และเสี้ยมข้ามวัน
เป็นครั้งแรกที่อดนอน2คืนติดต่อกัน ผลออกมาทำให้ได้เด็กเมากัญชากลุ่มใหญ่ๆ
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าปิดเทอมมีค่ามาก แต่ไม่รู้จะทำอะไรดี 555
แต่ถึงยุ่งขนาดไหนก็ยังมีเวลาดูหนังอยู่ดี = w =" ถึงหนังมันจะเก่าแล้วก็เหอะ แต่ก็สะท้อนให้เห็นอะไรเกี่ยวกะชีวิตได้ดี
มีคนเค้าบอกว่าหนังนี้ดีม้ากมาก เลยได้ไปเสาะหามา พบว่ามันโคตรสนุกเลยจอร์จ ดูแล้วมันส์ สะใจ แถมได้ข้อคิดไปพร้อมๆกัน
เนื้อเรื่องว่าด้วยพระเอกที่ตอนเด็กจะเป็นโรควูบบ่อยๆ (คืออาการไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่) แถมมีอดีตวัยเด็กที่หนักหนา (เป็นปมในการย้อนอดีตไปแก้ไข) จนพอโตเข้ามหาลัยก็เกิดค้นพบความสามารถตัวเองที่ย้อนอดีตไปแก้ไขได้โดยการอ่านบันทึกสมัยก่อน แต่อนิจจา ทุกๆครั้งที่เขายื่นมือเข้าไปแก้อะไร ผลที่ได้กลับยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าถามว่าเยี่ยมยังไง นอกจากพล็อตเรื่องที่ผูกกันได้ดีแล้ว(ไม่นับความสมเหตุสมผลว่าพระเอกมีพลังนี้ได้ไง รึพ่อมันมีได้ไง) ก็คงเป็นข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ว่าให้ยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ ผลพวงจากอดีตทำให้เรายังเป็นเราอยู่ทุกวันนี้ ไม่งั้นถ้าเอาแต่หนีปัญหา เปลี่ยนอะไรไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราคงเป็น Nobody เป็นใครก็ไม่รู้
และมันก็มีภาค2ต่อ (เราดันดูภาค2ก่อน) พบว่า ไม่สนุกเลยอะ = =" คือชั้นเชิงเทียบภาค1ไม่ได้ ภาพก็ดูนัวๆเก่าๆเล็กน้อย ดูอันี้แล้วรู้สึกถึงประเด็นในแง่ใช่ชีวิตให้คุ้มค่ามากกว่า เพราะทำให้นึกถึงเรื่อง Click
ว่าด้วยพระเอกซึ่งเป็นสถาปนิกบริหารชีวิตไม่ได้ ด้วยความยุ่งมากกกกกก แต่ก็ได้ของขวัญจากพระเจ้า( ? )เป็นรีโมตที่เขาจะเดินหน้า ถอยหลังไปแก้ไขชีวิตยังไงก็ได้
เรื่องนี้สนุกกว่าButterfle Effect2 เพราะมันตรงประเด็นและมีความฮาแบบเจ็บปวดมากกว่า ชีวิตนรกที่ไม่เคยมีเวลาพรรค์นี้ ชาวเราซาบซึ้งกันเป็นอย่างดี T - T
ช่วงนี้ก็เทศกาลออสการ์ จำได้ว่าดราฟงานไปดูประกาศไปอย่างวิกฤติ55 ชอบตอนที่มอบรางวัลนำหญิงมากๆ อลังการ ขลัง ศักดิ์สิทธิ์ประหนึ่งรางวัลเจ้าหญิงโต๊ะกลมอะไรงี้ ขนาดฟังไม่ค่อยออกยังหวิดๆจะน้ำตาร่วง โอ๊ย ซึ้ง
รอก่อนเถอะหนังๆทั้งหลายจ๋า โม้ดจี้คัมแบ็กแล้ว
ปิดท้าย เด็กชายแป๋ว งานล่าสุดก่อนลงหลุมมรสุมชีวิตที่ผ่านมา
สุดท้าย ขอตะโกนว่า
จบปีสามแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยย