2009/Mar/12

สืบเนื่องจากงานประกาศผลรางวัล Academy Awards หรือออสการ์ที่เราคุ้นเคยกันดี ได้นำเสนอหนังดีน่าดูจำนวนมากมายยั่วน้ำลายคนคุกชีวิตที่ติดดราฟงานอย่างวิกฤติจิตกระเจิง

ทันทีที่นักโทษอย่างดิฉันได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ จึงไม่รอช้าผลาญเงินทองและเวลาไปกับหนังที่ลิโด้และสกาล่าในบัดดล

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ล่าช้าทำให้พลาดMoment in JuneและRevolutionary Roadไปอย่างน่าเสียดาย  ส่วนWrestlerนี่ไว้เงินเข้าแล้วคงได้ไปดู  ทั้งท่ จะขอแสดงความเห็นเกี่ยวกะหนังออสการ์อื่นๆ โดยเรียงตามลำดับความชอบดังนี้

1. Slumdog Millionare

 

ที่มา - http://i3.photobucket.com/albums/y95/castlevania555/OSCAR/slumdog_millionaire.jpg

หนังดังหนังดีที่กอบโกยรางวัลไปประหนึ่งเป็นเจ้ามือที่ได้ป๊อกเด้ง หนังที่ใครๆที่เรารู้จักไปดูก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า"มันดีมาก" นั่นสิ สำหรับเรามันก็ดีจริงๆซะด้วย  กลายเป็นหนังที่ชอบที่สุดในช่วงนี้เลย

เริ่มด้วยการเปิดฉากที่ตื่นเต้นเร้าใจ  แค่เปิดมาก็รู้แล้วว่าทำไมมันถึงได้รางวัลตัดต่อภาพดีเด่น  เพราะหนังแอคชั่นไหนๆยังไม่ทำให้ดิฉันตระหนกตกใจได้ขนาดนี้มาก่อน  พอดูๆไปหนังก็เล่าประวัติความเป็นมาของพระเอกและประสบการณ์ที่มันเจอมาที่ทำให้ตอบคำถามได้จนถึงข้อรองสุดท้าย  ซึ่งตลอดทางนี้ สิ่งที่เราขอชมเชยอีกว่า เพลงประกอบทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ  ทำให้มีอารมณ์ร่วมได้ เป็นโมเดิร์นอินเดียที่ฟังง่าย มันส์ และเก๋ (ปกติเราไม่ชอบเพลงแขกเลย)  แต่ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเพลงปิด "แจโฮ"มันถึงได้รางวัล ถึงแม้จะมีการเต้นอย่างเมามันส์พร้อมเพรียงเป็นMVก็เหอะ  แต่เดี๊ยนไม่เข้าใจ เพลงอื่นในเรื่องยังเก๋กว่าอีก

ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะมันก็ดีไปหมด บทมันส์ ดูเพลินมากๆ ฉากอารมณ์ก็ทำได้ดี  โดยเฉพาะฉากที่คนทั่วอินเดียส่งใจมาเชียร์พระเอก เราน้ำตาไหลพรากๆกับคำว่า"ความหวังและความฝัน"เลยทีเดียว แต่ขัดใจช่วงท้ายเรื่องเล็กน้อยที่มันน้ำเน่ามาก ทุกสิ่งอย่างลงตัว เหมาะเจาะจนเว่อร์เกินเหตุ  แต่อย่างไรก็ดี  มันก็เหมือนการสื่อว่าชีวิตยังมีความหวังขอเพียงไม่ย่อท้อ  ทั้งนี้ พระเอกนั้นใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนล้วนๆ  และเรื่องนี้ก็ไม่น้ำเน่าไทยจ๋าซะทีเดียว เพราะอย่างน้อยนางเอกก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์  ชีแปดเปื้อนมาแล้วแต่พระเอกยังคงรับได้ ไอเลิฟยูว ซึ่งผิดกะละครไทยหลังข่าวมากๆที่นางเอกต้องเวอร์จิ้นเสมอ แม้ชีจะแต่งงานแล้วก็ตาม(อเมซิ่งมากๆ) เอ๊ะ นอกเรื่องว่ะ

พล่ามไปชักยาว  เอาเป็นว่ามันดีจริงๆ ลงตัวในหลายอารมณ์เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย  เป็นหนังที่ใช้"ใจ"มาก่อนเหตุผล  ทันทีที่ดูจบจะรู้สึกได้ว่ามันดี แม้ไม่มีเหตุผล  เหมือนกับความรักของตัวละครนั่นเอง

 

2. The Reader

ที่มา - http://movies.narak.com/preview/the_reader/the_reader_poster.jpg

 พระเจ้าช่วยกล้วยทอด  เปิดมาไม่นานมันก็เอากันเลยค่ะเบบี๋  เด็กดีอย่างดิฉันดูแล้วเขินอายยิ่งนัก(เรอะ!?)  แต่จริงๆแล้วฉากเซ็กส์ไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับเรื่องนี้ แต่มันก็ช่างโจ่งแจ้งโจ๋งครึ่มจนเห็นน้องหนูของไมเคิล เบิร์ก อย่างไรก็ดี ดูจบแล้วอยากจะมีไอ้หนูจูยาว (ว้ายเสื่อม) มานอนอ่านหนังสือให้ฟังมั่งจัง555

 เนื้อหาคือพระเอกวัย15ได้มีสัมพันธ์สวาทกะนางเอกกระดังงาลนไฟโดยก่อนจะมีเซ็กส์นางเอกจะขอให้พระเอกอ่านวรรณกรรมชื่อดังให้ฟังก่อนทุกครั้ง แล้วจู่ๆนางเอกก็หายไปจากชีวิตจนพอพระเอกโตขึ้นก็ได้พบนางเอกที่ต้องคดีโดยบังเอิญ 

ในช่วงวัเยาว์ของพระเอกนั้น เรายังจับประเด็นอะไรไม่ได้นอกจากฉากรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยตัณหาราคะ ความสงสัยใคร่รู้  ช่วงพระเอกวัยหนุ่มที่เรียนกฎหมายนั้น เราจะเริ่มรู้สึกถึงความเฉยชามีกำแพงของพระเอก เมื่อได้พบกับนางเอกอีกครั้งความสับสนวุ่นวายใจจึงก่อตัว คล้ายๆกับพระเอกยังมีเยื่อใยกับเธออยู่ แต่อย่างไรก็ดีชีวิตพระเอกในช่วงหลังจะพบกับความเย็นชาห่างเหิน ความรู้สึก ความลับทั้งหลายถูกเก็บกดทับถมไว้ในใจจนทำให้เกิดฉากระเบิดอารมณ์และโศกนาฎกรรมอันแสนเศร้าในตอนท้าย 

ขอพูดอย่างไม่อายปากเลยว่า ช่วงกลางค่อนท้ายเราร้องไห้เป็นเผาเต่า  จังหวะที่นางเอกหัดอ่านหนังสือ คำว่าThe ออกเป็นคำแรกมันน่าประทับใจมากๆ  ทำให้เรานึกถึงบทละครเวทีเรื่องคนปาฎิหาริย์ (อ้างอิงจากหน้ากากแก้ว) ตอนที่เฮเลน คิลเลอร์สามารถสอนเด็กน้อยนางเอก(ลืมชื่อ)ผู้ซึ่งพิการซ้ำซ้อน หูหนวก ตาบอดเป็นใบ้ ให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าน้ำได้เป็นครั้งแรก  อารมณ์อันสุดยอดนี้ได้ถูกสื่อในหนังเรื่องนี้แม้จะเป็นฉากสั้นๆ แต่ก็มากพอที่ทำให้เราชอบหนังเรื่องนี้เป็นอันดับ2แล้วล่ะ ส่วนข้อคิดอื่นๆก็มีเกี่ยวกับความถูกผิด ความลับ แต่เราก็ไม่ได้สนใจเลย ประทับใจกับ"อารมณ์"ที่หนังนำเสนอให้โดยเฉพาะในตอนท้ายมากกว่า

เคทเล่นบทฮันน่าได้ดี เปี่ยมอารม์ที่ดูหนักหน่วงมากๆ รวมกับความกล้าแสดงของเธอทำให้คว้ารางวัลไปอย่างไม่ต้องสงสัย  หนังเรื่องนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ค่อนข้างโตและรับเรื่อง/อารมณ์หนักๆได้ดี  (ทำไมตูพูดถึงเรื่องนี้ยาวกว่าเรื่องแรก)

 

3.Doubt

ที่มา - http://www.bollycircle.com/wp-content/uploads/2009/01/doubt-2009.jpg

หนังที่ว่าด้วยความสงสัย วิจิกิจฉา และการเสี้ยม!!! เนื้อหาว่าด้วย2แม่ชี ซึ่งหัวหอกตัวเสี้ยมคือเจ๊เมอรีล สตรีพ แม่ชีสุดเคร่งที่สงสัยเหลือเกินว่าบาทหลวงนี้แอบทำมิดีมิร้ายกับนักเรียนชายวัยเยาว์ในรั้วคอนแวนต์รึป่าว

สิ่งที่ทำให้ชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้คือหนังนำเสนอได้สมชื่อเรื่องมาก ดูตั้งแต่ต้นจนจบก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าตกลงมันทำจริงๆรึป่าว ซึ่งนี่เป็นความจงใจที่จะเล่นกับคนดู ท้าทายมโนสำนึกและฮิวแมนเนเจอร์ได้เยี่ยมจริงๆ 

ในแง่การแสดงป้าเมอแกสุดยอดไม่มีเปลี่ยน สวมวิญญาณแม่ชีผู้เคร่งได้ไม่มีหลุด นักแสดงอีกคนที่ประทับใจมากคือแม่ของเด็กคนนั้น เล่นได้ดีมากๆ โดยเฉพาะฉากปะทะอารมณ์กับป้าเมอ ชีตีบทแตกกระจาย ระเบิดอารมณ์จนจับคนดูได้อยู่หมัดจริงๆ  ฉากที่ป้าเมอเถียงกะบาทหลวงนี่ก็สุดยอดดด ดูแล้วอึ้ง  ทึ่ง (ไม่)เสียว

ฉากประทับใจคงเป็นฉากที่กล่าวถึงการนินทาก็เหมือนฉีกหมอนให้ขนเป็ดในนั้นลอยฟ่องไปทั่ว แต่ไม่อาจเก็บกลับคืนมาได้ ซึ่งไอ้เรื่องนี้ใครๆก็คงเคยได้ยินมาแล้ว แต่หนังยังแสดงถึงข้อคิดนี้ด้วยการแทรกเป็นสัญลักษณ์ใบไม้แห้งที่ปลิวว่อนไปตลอดทั้งเรื่อง  ภาพออกมาจึงดูกังสดาลในความสงัดมากๆ ชอบ  เรื่องนี้เหมาะกับทุกคน(โดยเฉพาะเด็กคณะเรา55) เพราะว่าใครๆก็คงเคยทั้งนินทาและถูกนินทามาแล้วทั้งนั้น ดูจบก็ต้องคิดกันหน่อยล่ะ

 

4. Milk

ที่มา - http://1.bp.blogspot.com/_Hx8w096i6jI/SYSYlzW3n3I/AAAAAAAAIPI/HQpczeVWE7s/s400/milk_movie_poster.jpg

หนังการเมืองที่นำเสนอแบบกึ่งสารคดี ว่าด้วยเรื่องจริงของนักการเมืองที่เป็นเกย์สว่างจิตคนแรก พยายามเรียกร้องสิทธิให้ชาวสีรุ้งเต็มที่ 

ปกติเราเกลียดอะไรก็ตามที่เกี่ยวกะการเมืองมากๆ แต่เรื่องนี้ทำให้เรานั่งดูอย่างสนุกจิตได้ตลอดรอดฝั่ง  ต้องยกความดีความชอบให้เหล่าชาวเกย์ที่สร้างสีสันให้หนังเรื่องนี้น่าดู มีชีวิตชีวา และแสบสันต์  ยิ่งไปกว่านั้นต้องชื่นชมผู้แปล(คุณธนัชชา)ที่แปลออกมาได้แสบ จิกกัดและตุ๊ดสะใจ เช่นประโยคที่ว่า "เก้งเอากวางแล้วมันจะติดลูกมั้ง" ได้ใจสุดๆ > w < b

ขอบอกว่าฌอน เพ็นน์เป็นผู้ที่สมควรกับรางวัลนำแสดงชายดีเด่นมากๆ เพราะเขาเล่นจนมันจริง จริงแบบไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีนี่มันเกย์ตัวพ่อ(รึแม่) ไม่มีหลุด เก็บได้ทุกเม็ด  ชอบมากๆเป็นฉากแสดงความดีใจตอนที่กฎหมายเกย์ได้รับการคุ้มครอง การแสดงอารมณ์ทางสีหน้ามันแสดงถึงความดีใจขั้นสุดยอดที่ละเอียดและยังแสดงตัวตนเกย์ๆได้เยี่ยมจริงๆ ขอคารวะ

ชื่นชมอีกเรื่องคือคัดตัวนักแสดงได้เหมือนตัวจริงมากกกกก  ดิฉันตื่นเต้นนัก นอกไปจากนี้ยังชอบเพลง สไตล์ที่แสดงถึงยุคสมัยได้ชัดเจนด้วย

 

5. The Curious case of Benjamin Button

ที่มา - http://mangomoment.files.wordpress.com/2009/02/336148the_curious_case_of_benjamin_button.jpg

หนังดังที่ฮือฮามานานตั้งแต่ตอนออกเทรลเลอร์แล้ว  ด้วยเนื้อหาที่แปลกใหม่ว่าด้วยเบนจามิน ชายผู้เกิดมาด้วยรางการสูงวัยแต่กลับเด็กลงเรื่อยๆแปรผกผันกับอายุ  แต่นางเอกก็เป็นคนธรรมดา จึงมีแค่ช่วงนึงเท่านั้นที่ทั้งคู่จะอายุเท่ากันและรักกันเยี่ยงคนปกติได้

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า นี่มันคือหนังที่เต็มเปี่ยมด้วยข้อคิดดีๆ  และคอนเส็ปต์ที่เริ่ดมากเกี่ยวกับเวลา  ตั้งแต่ฉากเปิดแล้วที่เล่าเรื่องเวลาที่เดินย้อนกลับ  แต่อนิจจา โปรดักชั่นที่สวยงาม พล็อตที่เก๋กู้ด นักแสดงที่เพอร์เฟ็คกลับไม่ส่งให้หนังเรื่องนี้ขึ้นอันดับต้นในใจเราเพราะความยืดยาดของหนังนั่นเอง ว่ากันตรงๆคือมันมีส่วนที่ไม่จำเป็นมากมาย แต่หนังอาศัยเทศนิคการเล่าที่สวยงามเอาตัวรอดมาได้ แต่เผอิญดิฉันเบื่อช่วงกลางเรื่องไปซะก่อน  แถมตอนจบที่แสนจะขัดใจกับตรรกะ เพราะคนเรามันจะตัวเล็กลงได้ไงวะ เป็นโคนันคุงเรอะ = [] =!! ส่วนตัวคิดว่ามันมีวิธีจบที่ดีกว่านี้แน่ๆ

อย่างไรก็ดี บ่นมายืดยาวใช่ว่าหนังจะไม่ดี  ของเค้าดีน่ะล่ะ  ยิ่งฉากปิดท้ายเรื่องนี่เล่นเอาน้ำตาคลอ  เป็นสารสุดท้ายที่สื่อได้กระชับและตรงประเด็นดีมาก  ภาพประกอบก็สวยงาม เทคนิกการเล่าเรื่องก็มีความแปลกใหม่เก๋ไก๋ดีนัก  และสิ่งที่เราชอบมากที่สุดในหมู่หนังรางวัลเลยก็คือ เพลงประกอบเรื่องนี้ โบราณถูกใจมากกกกก  เพลงต่างๆแสดงช่วงยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้ชัดเจนมากๆเลย  (แต่แฟชั่นของนางเอกกลับไม่สื่อถึงยุคสมัยเลยแฮะ)

สรุปแล้วเป็นหนังรักโรแมนติกที่อัดแน่น(มากๆๆๆ)ด้วยข้อคิดดีๆ  เพียงแต่คืนก่อนดูต้องนอนให้เพียงพอล่ะ

 

แฮ่กๆ พอแล้ว หนูเหนื่อย  จริงๆก็มีได้ดูแผ่นเรื่องอื่นอีก แต่ไว้ทีหลังล่ะเน่อ  ช่วงนี้มีเวลาก็ดูหนังกันให้ตายไปข้าง  ถือว่าเตรียมพร้อมสำหรับละครถาปัดปีนี้

ดูหนังดูละครแล้วอย่าลืมย้อนมาดูตัวนะจ๊ะ

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
Milk ดูแล้วแอบเดินออกมาเป็นโรคซึมเศร้า แง
#1  by  HineyHelsinki At 2009-03-12 22:35, 
อยากดูหมดเลย

และขอแสดงความไว้อาลัยแก่ฟิลิป เซมัวร์ นายทำดีแล้วแต่นายโชคไม่ดีเอง sad smile
ฉันจะกลับไปทันเหลือค้างโรงให้ฉันดูไหม
#3  by  iDoi* At 2009-03-12 22:44, 
อยากดูเบนจามิน บัตตันจัง
#4  by  мoѕнmєlloш At 2009-03-12 22:45, 
ยังไม่ได้ดูซักเรื่อง... ต้องดูสลัมด๊อกซะแล้วงี้big smile
#5  by  มังคุดสุดรัก At 2009-03-12 22:47, 
เออจะบอกว่า...
เมื่อกี๊ไปยืนดูโปสเตอร์หนังที่ลิโด้

เห็นรางวัลที่สลัมด๊อกโกยมาแล้วแบบ....

อุบ๊ะ!!!!
ของเค้าฮอตจริง
#6  by  มังคุดสุดรัก At 2009-03-12 22:51, 
ฉันอยากดูเรื่องที่ 3 กะ 4 อ่ะ TvT
#7  by  ซัสจี้ At 2009-03-12 22:53, 
ยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลยครับ
แต่พี่รีวิวได้น่าดูจริง ๆ

big smile
#8  by  Imaglelio At 2009-03-12 22:57, 
เราดูไป 2 เรื่องคือเบนจามิน กะสลัมด็อก

เหนด้วยว่า ตอนจบมันผิดตรรกะ เลยขัดใจจนถึงตอนนี้
แต่ก็โอเคอ้ะ อยู่ในเกณฑ์รับได้


สลัมด็อกเจ๋งมากค่ะคุณพี่!!!
#9  by  J.KaMe At 2009-03-12 22:57, 
จะบอกว่าสุชญายังคงไซโคให้ฉันไปดูเดะรีดเดอร์

แบบว่าเมื่อครู่เพิ่งโทรมาบ้าบออีกหนึ่งรอบเพื่อบอกว่าหนังสือที่คิโนะหมดแล้วนะ ต้องรออีกสามเดือน พร้อมกับบอกว่าของเขาดีจริงนะเธอ ขอให้ไปดูอย่างด่วน

แต่หนูไม่มีเงินแล้วอ้ะ
#10  by  Lover Boy At 2009-03-12 22:59, 
อยากดูทุกเรื่อง แต่พลาดซะส่วนใหญ่
ได้ดู Slumdog, Doubt, Benjamin มา
ก็คงชอบ Slumdog มากสุดหมือนกันค่ะ
ชอบจามาลตอนเด็กๆ น่ารักมากกก
ส่วน Doubt หนังน่าคิด แต่เรากลับมานั่งคิด นอนคิดจนปวดสมองก็ยังคิดไม่ได้ แหะๆ

ปล. Milk, The Reader น่าดูสุดๆ
#11  by  VanillaRain* At 2009-03-12 23:01, 
เง่อ...อ
ไม่เคยดูซักเรื่องเลยอ่า
ต้องไปหามาดูซะมั่งแร้ววว cry
#12  by  mild-melody~* At 2009-03-12 23:30, 
ดีจังเธอ ได้ดูหมดแล้วอ่ะ ชั้นยังนั่งทำงานไม่ได้ไปดูซักเรื่องเรย TvT
#13  by  pikachan At 2009-03-13 07:48, 
แอร๊ยยย
ประโยคจั่วหัวกระทรวงยิ่งนัก เพิ่งส่งงานดราฟเมื่อวาน และวันนี้ทำรายงาน cost estimate
โอรกกกกก อยากดู๊ววววว ชอบรีวิวเรื่องนินทา กร๊ากกก เข้าตัวๆ
#14  by  MazeaH At 2009-03-13 08:37, 
Hot! Hot! Hot!
อย่างนี้ เอาดาวไปเรย
#15  by  MazeaH At 2009-03-13 08:38, 
ดูหนังเยอะมวากอ่าาา ยังไม่ได้ดูเลยซักเรื่องแฮะ
แต่ดีครับดูเยอะๆ ดีนะแง่มุมจากหนังสักวันคงได้นำมาประยุกต์ใช้ทีเดียวเชียวbig smile
#16  by  redtear At 2009-03-13 11:28, 
อยากดู Benjamin Button อยู่เหมือนกัน
ไว้จะไปหามาดู
#17  by  leeju At 2009-03-13 13:31, 
อยากมีตังค์ไปดู

ตอนนี้หมดตูดดด
#18  by  [PiNPiN] At 2009-03-13 14:43, 
ยังมิได้ดูสักเรื่อง เหอๆ
ส่วนใหญ่ ผมชอบหนังแอคชั่นมากกว่ามั้ง เลยไม่ค่อยได้ดูแนวนี้
เห็นแม่พรีวิวแล้วเดี๋ยวลองหามาดูมั่งดีกว่า
#19  by  giri At 2009-03-13 21:31, 
เขียนตลกดีหวะแก 555
ดีจังนะฮิได้ดูหนังออสการ์เยอะเลย
นี่ก็เป็นเป้าของเราเหมือนกัน
เพิ่งตามเก็บได้สองเรื่องคือ แบรด กะเคท
เดอะรีดเดอร์ ออกจากโรงมาไมเกรนกำเริบเลยหวะ
แต่อยากให้ออสการ์เคทสักครึ่งโหล
#20  by  ป้าแนน (58.8.190.26) At 2009-03-13 22:52, 
ฉันก็อยากมีคนไปดูหนังด้วยเหมือนกัน

ตอนนี้มีเหมือนไม่มีว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ
#21  by  PiNPiN (58.9.152.246) At 2009-03-15 00:23, 
ดูและชอบเรื่องslumdogค่ะconfused smile
#22  by  ae At 2009-03-19 21:43, 

<< Home


A la mode
View full profile