เพิ่งกลับมาจากเที่ยวญี่ปุ่นจ้า
ทัวร์5วัน6คืน เน้นการช้อปปิ้งมากมาย เพราะกลับมาเราจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากช้อปที่ชินจูกุ 555 เดินๆจนตาปลาปูดโปนแถมเพิ่มขึ้นตั้งหลายตา เล่นเอาตอนนี้ขาด๋อยไปเลยเชียว
เดิมทีคาดหวังว่าจะได้ไปเห็นซากุระบาน แต่พบว่าเป็นความฝันครึ่งๆกลางๆ เพราะเริ่มมีบานแล้วเป็นหย่อมๆ แต่ที่ยังไม่บานก็เยอะ แถมอากาศยังหนาวมากพอจะเห็นหิมะยามเช้าด้วย และวันกลับก็ได้ประสบกับฝนตกด้วย อารมณ์ว่าอากาศ 3 in 1เลยทีเดียว คุ้มจริงๆว่ะพี่น้อง
เริ่มจากความทรมานในการนั่งเครื่องบินไฟลท์เที่ยงคืน อารมณ์ว่าอยากจะนอนแต่ยังไม่ทันปรับตัว เจ๊ๆทั้งหลายก็ร่อนมาเสิร์ฟอาหาร แถมยังมีเอนเตอร์เทนเม้นล่อตาล่อใจ สรุป นอนน้อยในชั่วเวลาตดยังไม่ทันหายเหม็น
เมื่อเหยียบย่างเจแปน อากาศหนาวก็เข้าโจมตีทันที ด้วยอุณหภูมิ10กว่าๆองศา ดิฉันซึ่งเตรียมใส่แต่กระโปรงและเลกกิ้งทุกวันรู้สึกเสียวจิตเป็นอันมาก กุจะตายไหม อย่างไรก็ดี พี่ไกด์สุดหล่อก็นำพวกเราไปสู่ยูนิเวอร์แซลเพื่อเรียกความคึกคักให้กะคณะทัวร์ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยวัยรุ่นตอนปลาย(20เป็นต้นไป) และคนรุ่นพ่อแม่ป้าๆน้าๆทั้งหลาย ได้ข่าวเมื่อคืนพวกหนูอดนอนนะคะเฮีย
มุมหนึ่งในร้านอาหารอันราคาสูงลิ่ว ณ ยูนิเวอร์แซล
เมืองในนี้ตระการตาอิฉันมาก อาคารเวสเทิร์นน่ารักละลานตา(แต่ไม่ได้เอามาลงในนี้) เครื่องเล่นละลานใจ (อนึ่ง รถไฟตีลังกาทำเราน้ำตาแทบไหล) ด้วยความเป็นกระเหรี่ยงเข้ากรุงจึงตื่นเต้นกะความยอดเยี่ยมของเครื่องเล่นมากๆ รวมทั้งระเบียบวินัยในการอดทนต่อแถวเข้าคิวกันทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเครื่องเล่น ร้านอาหาร หรือส้วมซึ่งไฮเทคมากๆก็ตามที
ตกเย็นก็ได้กินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ตอนแรกคาดว่าจะรสจืดๆ แต่ป่าวเลย รสเข้มสะใจ อร่อยมากมาย ขนมก็สุดยอด เรานั่งกินจนเค้าไล่ให้ขึ้นรถเลยทีเดียว
วันรุ่งขึ้นเริ่มที่ปราสาทนาโกย่า เริ่มเห็นดอกบ๊วยดอกซากุระนั่นนี่ บรรยากาศแฮปปี้เจแปนมากๆ
แม้แต่ฝาท่อเขายังมีดีไซน์ เดินๆไปจะเจอไม่ซ้ำกันเลยในปราสาทนี้ คนญี่ปุ่นนี่ช่างเต็มเปี่ยมด้วยเซนส์แห่งความน่ารักกุ๊กกิ๊ก
แล้วหลังจากนั้นก็ได้ไปกินปลาไหล อร่อยเหาะ จบด้วยไปฟูจิ แต่โชคไม่ดี อากาศไม่เป็นใจ เขาเลยปิดไม่ให้ขึ้นเพราะด้านบนอากาศแปรปรวนมีหิมะตก จึงได้ไปยังเรียวกังทันที อาบออนเซ็น(ตื่นเต้นฮ่า) นอนหลับสบาย แอ่ก
ด้านหลังโรงแรมซึ่งอยู่ติดกะบ่อออนเซ็น ตอนเช้าอากาศหนาวมากจนติด -3องศา ขาวๆที่พื้นนั่นคือเกล็ดหิมะที่หลงเหลืออยู่จากเมื่อคืน รูปนี้ดูเหงาๆไงไม่รู้แฮะ
แล้วก็เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปหุบเขานรกเพื่อกินไข่ดำ ต้องเดินขึ้นเขาท่ามกลางอากาศหนาว แทรกผสมกับควันและกลิ่นกำมะถันเพื่อไปกินไข่ดำที่มันดำแค่เปลือก รสชาติก็ไข่ต้มดีๆนี่เอง
ต่อด้วยล่องเรือโจรสลัดสีแปร๋นที่ทะเลสาบอาชิ ลมเย็นม้าก
เสาโทริอิใหญ่บึ้มที่เห็นตอนนั่งเรือผ่าน สีปวดตับดีมาก
หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปขึ้นชินคังเซ็นมุ่งสู่โตเกียว เพื่อไปช้อปแหลกที่ชินจูกุจ้ะ ตอนจะขึ้นรถไฟนี่เสียวมาก เพราะไปถึงสถานีตอนรถใกล้ออกเต็มที ถึงกะต้องวิ่งไปขึ้นรถไฟกันทีเดียว คนเยอะก็ลำบากงี้ แอบสงสัยว่าถ้ามีลูกทัวร์สักคนตกรถจะทำไงวะ
ถึงชินจุ๊กกรู้แล้ว เมืองใหญ่ช่างละลานตา พี่ไกด์ก็ช่างรู้ใจสาวนักช้อปอย่างเราๆถึงกะวาดแผนที่ร้าน+รายละเอียดสินค้าแจกจ่าย ด้วยเวลาเดินอันมากพอควรเมื่อเทียบกับการเดินทางอันยาวนานก่อนหน้า พบว่าอิฉันรู้สึกแฮปปี้และฮิฮะกะการเดินช้อปที่นี่มาก จะถูกใจพิเศษก็เครื่องสำอางค์ราคาถูก กับร้านมือสอง โดยเฉพาะซีดี งานนี้ซื้อไปสิบเลยเชียว
บรรยากาศยามค่ำคืน ที่อุณหภูมิ9องศา เหล่าโฮสต์หนุ่มเริ่มออกล่าลูกค้า ร้านโลกีย์เริ่มออกลาย มีร้านนึงมีรุปผู้หญิง ธงชาติไทย และเขียนว่าขึ้นชั้น2 เห็นแล้วรู้สึกแย่ สาวไทยเป็นสินค้าฮอตเรอะ แถมมีร้านเซ็กช้อปที่เปิดเอ็มวีเพลงลูกทุ่งบ้านเรา (เพลงบ่กล้าบอกครู แต่หนูกล้าบอกอ้าย) เห็นแล้วงง มันเซ็กส์ตรงไหนวะคะ!
เช้าถัดมาไปวัดอาซาคุสะยอดฮิตจ่ะ คนล้นหลามมากมาย แอบชอบวิธีการไหว้พระของที่นี่ ไม่ต้องปักธูปให้เสียวขี้ธูปตกใส่ หรือจะปักเทียนก็ง่ายดายเพราะเขาเจาะรูไว้ใต้เทียน เยี่ยมไปเลย!
โปสการ์ดและของฝากที่เรียงขายตลอดสเนทางเดินที่วัดนี้
มาสนุกต่อกันเลยที่ดิสนีย์แลนด์ นี่มันทัวร์กระชากวัยซิ่งสะดิ้งมากๆ ไปสวนสนุก2ที่แถมด้วยช้อป2วันเนี่ย ที่ดิสนีย์ค้นพบผู้คนมหาศาล เด็กน้อยใหญ่จำนวนมากเดินกันขวักไขว่ แต่เด็กยุ่นนี่เค้าคุณภาพจริงๆนะเออ น่าลักพาตัวกลับบ้านมาก
บ้านตัวการ์ตูนในนั้น เป็นส่วนที่เด็กเยอะมากกกก อาคารก็น่ารักย้วยย้ายไปมา แอร๊ยส์
โอลีฟสาวสวย แต่ถึงเธอจะเสื้อแดงแรงฤทธิ์ขนาดไหน ก็ไม่สุดใจเท่า(อี)สาวคนนี้
เบ็ตตี้ บู๊บบบบบบบส์
จะบอกว่าคนที่นี่ช่างเต็มไปด้วยจิตวิญญาณในการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คนที่ใส่ชุดหุ่นทุกคนล้วนมีอินเนอร์ที่แรงกล้า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยรึเขินอาย แม้แต่พนักงานก็มีความฮิฮะและหัวใจบริการ ถึงจะพูดกะเราไม่รู้เรื่องแต่ก็พยายามสื่อสารหัวใจยอดนักบริการออกมา ประทับใจมากๆ
ตกกลางคืนก็ได้ดูอิเล็คทริคพาเหรดหลังจากขาแข็งเดินและต่อคิวอย่างยาวนาน พาเหรดน่ารักดีแต่ไมได้เอารูปมาลง
วันสุดท้ายแห่งความสุข T A T
เปิดวันมาก็เจอฝนตกส่งท้ายเลยทีเดียว รูปนี้ก็ส่วนนึงของเมืองในยามเช้า ซึ่งได้ไปไหว้พระแล้วบ่ายไปช้อปต่อก่อนจะบินกลับในเที่ยวเย็น
น่าแปลกที่เมื่อก่อนเราตื่นเต้นฮิฮะกะยุ่นมากมาย แต่พอได้ไปจริงๆกลับรู้สึกสงบอย่างคาดไม่ถึง คงเพราะความเป็นระเบียบ อากาศเย็นๆ แฟชั่นคูลๆ และสปิริตในอาชีพหน้าที่ที่ทำให้เราประทับใจและยอมรับที่นี่ได้อย่างง่ายดายก็เป็นได้
มีแค่คนบอกว่าถ้าไปญี่ปุ่นแล้วจะอยากไปอีก ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว เป็นเมืองที่สวยงามและมีแง่มุมทั้งคอนฟลิกที่น่าสนใจในตัวเองเป็นอย่างมาก อนึ่ง เวลาเดินๆอยู่ หัวเราจะเล่นเพลง Pieces of dream ของ Chemistry เพลงโปรดอับดับ1ในใจเราขึ้นมาทุกที อาจเพราะเวลาตอนนั้นมันกึ่งๆความฝันอันแสนสนุกก็ได้ ก่อนจะกลับมาเผชิญความจริงอันโหดร้ายที่ไทยแลนด์ ฮือๆ
ส่งท้าย
พาวเวอร์พิ้งเกิร์ล ตราสามแม่ลูก 555
อนึ่ง อัพยาวแล้วก็จะหายหัวไปจนหลังสงกรานต์เลยนะจ๊ะ
น่าอิจฉาจังแหะ
รูปสวยมากเลย ดูกับตาคงสวยกว่านี้อีกเนอะ