ในที่สุด ความเหนื่อยยากลำบากกายใจตลอด2เดือนก็หมดลง
หมดลง...พร้อมๆกับความสุขสนุกสนานที่จบลงตามกันไปด้วย
ตลอดช่วงละครที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสรับมอบหน้าที่เป็นเฮดฝ่ายอุปกรณ์ประกอบฉาก ซึ่งเรียกสั้นๆว่าพร็อพ
เนื่องจากปีนี้ละครมีฉากเป็นอินทีเรีย งานหนักจึงตกมาอยู่ที่พร็อพอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้นั่นไอ้นี่ยุ่บยั่บเต็มไปหมด แม้แต่หนังสือก็ยังต้องบ้าทำเป็นเล่มๆ เรียกได้ว่างานเข้าตลอดจนจบละคร ใช้แรงงานกันเป็นกรรมกรเลยทีเดียว
แต่พร็อพทั้งหมดนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยทีเดียวถ้าไม่มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่แสนดี มาคอยช่วยเหลือกันเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆร่วมรุ่นที่อุตส่าห์บ้าถ่อสังขารทำงานเช้ากลับดึกกะเราทุกๆวัน น้อง75 ที่ทั้งๆที่รับน้องก็ยุ่งอยู่แล้วแต่สละเวลามาช่วย และน้องๆ76ที่แวะเวียนมาช่วยกันมิได้ขาด แรงงานของท่านทำความฝันชาวละครให้เป็นจริง! ขอบคุณมากๆจากใจ และขอโทษถ้าทำหน้าที่ขาดตกบกพร่อง หลงๆลืมๆไปตามประสาคนแก่ หรือทำอะไรไม่ดีใส่ใครไปนะ ขอขมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ว่ากันถึงละคร จริงๆคนอื่นคงเขียนหมดแล้วล่ะว่าอะไรยังไง แต่ก็อยากจะพูดว่า ละครปี้เป็นประสบการณ์ที่ใหญ่หลวงมาก
แรกเริ่มเดิมที เราเคยสงสัยว่าทำละครแล้วได้อะไร มีแต่เสียเวลาว่างเปล่าๆปลี้ๆ แต่พอมาตอนนี้ เราพบว่าไม่จริงเลย
เราได้ฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ ฝึกการอยู่ร่วมกะคนหมู่มาก การปรับตัว ยืนหยัดและอดทนอยู่ได้ภายใต้กระแสคำพูดและความกดดันต่างๆนานา
ได้ฝึกการบริหารและแบ่งงานซึ่งส่วนตัวแล้วเป็นงานที่ค่อนข้างชอบและถนัดมาตลอด หลังละครทำให้ค้นพบว่าอยากไปเรียนต่อด้านบริหารจัดการอย่างจริงจัง จบไปเป็นProject Managerก็ดูเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี
ได้มีความสุข ทุกข์ สนุก เหนื่อย เศร้าไปพร้อมๆกะเพื่อนทุกๆคน ความรู้สึกตอนงานสำเร็จออกมามันยิ่งใหญ่กว่าตอนศีลจุ่มซะอีก ไอ้ความบาดหมางคลางใจอะไรพวกนั้นมันหายไปเลย คงเพราะเป้าหมายที่ทุกคนร่วมกันไปให้ถึงมันคืนผลกำไรแก่ตัวพวกเราเองละมั้ง
สุดท้ายคือ ได้มีความรู้สึกที่ไม่มีได้บ่อยๆ ถ้าอยู่คณะอื่นคงไม่เข้าใจ ทำให้ไม่เสียดายเวลาซักนิด พูดได้อย่างเดียวว่าดีใจที่ได้ทำละครถาปัดปี52มากๆ ขอบคุณคนบนฟ้าหรืออะไรก็ตามที่ทำให้พวกเราได้เจอกันและได้ทำงานนี้ด้วยกัน บางทีพรหมลิขิตคงมีจริง
ขอบคุณทุกคนที่มาอุดหนุนด้วยค่ะ