เห็นชาวบ้านเค้าเล่นJune Writeกันสนุกสนาน ไอ้เราก็มิอาจหาญกล้าฝ่าสังขารมาอัพ ได้แต่ตามอ่านต้อยๆ จริงๆถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะทำให้เรากลับมาเข้าเอ็กทีนทุกวันอีกครั้ง
วันนี้หลังจากสะสางงานก็ออกไปกินโออิชิกะครอบครัว พบเรื่องน่าตื่นเต้นเรื่องที่หนึ่งคือ กระแต-ศุภักษร และดาราอีก2คน(ลืมชื่อแล้ว)มานั่งกิ่นอยู่โต๊ะข้างเรา โอ้ว ดารานี่สวยสะเด็ดกันดีจริงๆ กินไปดูไปได้อาหารสองเด้งทั้งตาทั้งปากแล้วทีเดียว พ่อเราซึ่งแอบเป็นแฟนคลับกระแตอยู่ลับๆรู้สึกปลื้มใจมาก
ที่ตลกคือ เหล่าเด็กเสิร์ฟ-เก็บจานทั้งหลายดูจะชอบมาแวะเวียนเก็บจานโต๊ะเราเสมอ ถึงขั้นจับกลุ่มกันชำเลืองมองเลยทีเดียว นี่สินะ ไทยมุง
หลังจากพุงกางก็กลับมาบ้านตอนหัวค่ำ และพบกับเรื่องหน้าตื่นเต้นตกใจเรื่องที่2
มีหิ่งห้อยอยู่ในเขตบ้านดิฉัน!
ตอนแรกก็สงสัยว่ากูอิ่มจนตาลายรึป่าว ตัวอะไรมันแวบๆ แต่ก็พบว่านี่มันหิ่งห้อยจริงๆด้วย บินวนเวียนน่ารักไปมาในอาณาเขตบ้านที่จะเรียกว่าสวนก็คงไม่เต็มปากนัก แค่มีต้นไม้นิดหน่อยกะบ่อบัวอีกนิดนึงเลยทำให้สงสัยว่า มันมาได้อย่างไร
สันนิษฐานเอาว่าด้วยความที่บ้านอยู่ชานเมือง กอปรกับใกล้คลอง(ซึ่งไม่ได้สะอาดนักหนา) ทำให้หิ่งห้อยปาฏิหาริย์ตัวนี้สามารถมาบินเก๋ในบ้านเราได้
แต่ไม่ว่ามันจะมาได้ยังไง หรือจะพากันตาลายทั้งบ้านก็ตาม การได้เห็นเจ้าตัวน้อยนี้ก็ทำให้ชีวิตมีสีสัน มีความสุขและมีความหวังขึ้นอีกนิด ก็ขนาดหิ่งห้อยที่หายากและอ่อนแอยังอุตส่าห์มาโผล่ในป่าปูนแทนป่าลำพูได้เลยนี่นา
Life is Beautiful
La Vita e' Bella
ที่มา - http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/05/image005.jpg
หนังเรื่องดังและดีมากจากอิตาลี (ที่ผ่านมามันเกริ่นเข้ารีวิวหนังนี่นา) ว่าด้วยโจชัว พ่อหนุ่มคิดบวกที่ตกหลุมรักครูสาวคนนึงตั้งแต่แรกพบ ด้วยวิธีการจีบที่แสนน่ารักโรแมนติกรวมกับพรหมลิขิตทำให้ทั้งสองได้แต่งงานกันอย่างมีความสุขและมีลูกชายตัวน้อยน่ารักหนึ่งคน
ชีวิตที่มีความสุข สบายๆในร้านหนังสือเล็กๆของเขาต้องพังทลายลงเมื่อถึงคราวกวาดล้างชาวยิวสู่ค่ายกักกันของนาซี ทั้งๆที่นางเอกนั้นไม่ได้มีเชื้อยิวแถมยังเป็นคนชาติตระกูลดี แต่เธอกลับเลือกที่จะขึ้นรถไฟตามสามีและลูกไป ถ้าจะตายก็ตายพร้อมกัน
ณ ค่ายกักกัน โจชัวพยายามหลอกลูกชายของเขาว่านี่เป็นเกมส์ที่ทุกคนต้องทำตามกฎเพื่อสะสมแต้มโดยคนชนะจะได้รถถัง แม้จะเป็นยามลำบากแค่ไหน โจชัวจะยังคงยิ้มแย้มและโกหกเพือรักษาชีวิตลูกชายของเขาไว้เสมอ ด้วยความเชื่อในใจว่า Life is beautiful
เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกทั้งเศร้า เจ็บปวดและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ทั้งร้องไห้และยิ้มไปพร้อมๆกัน ยอดเยี่ยมทั้งการแสดง เนื้อหา และคำโกหกอันแสนหวาน
ฉากประทับใจคือฉากพระเอกจีบนางเอก ครั้งแรกที่เขาเจอนางเอกก็พูดว่า อรุณสวัสดิ์เจ้าหญิง จนแม้กระทั่งวันสุดท้าย เขาก็ยังคงพูดเช่นนั้นเสมอ หรือฉากเรียกกุญแจจากท้องฟ้าก็เก๋มากๆ
เป็นหนังที่ Highly Recommended ไว้ดูในเวลาที่เศร้าใจ..ดูแล้วก็ยิ้มไว้ โลกยังคงสวยงาม
edit @ 7 Jun 2009 23:00:50 by alamode