ที่เค้าว่าคนเรา ถ้าไม่เสียสิ่งนั้นไปจะไม่รู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน นั้นท่าจะจริงเป็นที่สุด
เช้ามืดวันนี้เราไปส่งพี่สาวที่จะไปเรียนอเมริกา5ปี เราไม่เคยรู้สึกสูญเสียอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย
พี่สาวเราลาออกจากงานเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อถึงปีครึ่ง อยู่บ้านอ่านหนังสือสอบเตรียมตัวนั่นนี่ ตลอดเวลาปีครึ่งที่ผ่าน เราเอาแต่ผัดกับตัวเองเสมอมาว่า "ยังอีกนาน" เพราะรู้สึกว่าอีกนานเลยทำตัวยังไงก้ได้ ไม่ได้รู้สึกเห็นค่าว่าคนๆนี้กำลังจะไปไกล
พอคิดย้อนไปตั้งแต่สมัยยังไม่ลาออก เราก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีค่าอะไร จนมามองย้อนตอนนี้ ทำไมเวลามันสั้น ทำไมมันผ่านไปไว ทำไมเราถึงใช้เวลาด้วยกันไม่เต็มที่เลย
ช่วงสัปดาห์ก่อนนี้เป็นช่วงตระเวนกินเลี้ยงกับญาติโยมและเพื่อนแม่ ซึ่งประจวบกับภาระงานอันหนักอึ้ง เรารู้สึกหงุดหงิดใจมากเพราะกลัวงานจะไม่เสร็จ แต่ก็อยากมีเวลาให้พี่ มันเป็นคอนฟลิกทางจิตใจ
เราคิดเสมอเลยว่า "นี่กูทำอะไรอยู่" ทั้งๆที่พี่กำลังจะไปแต่ตัวเองเอาแต่นั่งทำงานงกๆไม่ได้สนใจใคร แต่ถ้าเราไม่ทำมันก็ได้ นี่เป็นครั้งแรกอย่างจริงจังที่เรารู้สึกเกลียดที่จะมีชีวิตอยู่ในคณะนี้ เกลียดที่มันพรากเอาเวลาสำหรับครอบครัวเราหายไปหมด
แต่ต่อไปก็ไม่ต้องแบ่งเวลาที่ชวนให้หงุดหงิดใจแล้วสินะ ก็ไม่มีคนที่ต้องแบ่งให้แล้วนี่ กลายเป็นลูกคนเดียวที่ไม่ต้องสนใจใคร ถึงเวลาต้องโตได้แล้ว
เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าย้อนเวลาได้จะทำอะไร ถึงอยากตอบว่าไม่ให้พีเราไป แต่ก็ไม่ถูก เราไปขวางความเจริญเค้า ตอนนี้คงทำได้แค่ทำใจ อยู่ใกล้คงเหมือนใกล้ด้วยเทคโนโลยี
สุดท้ายนี้ สมน้ำหน้าที่ไม่เคยเห็นค่าของเวลา ใช้มันไปวันๆ แล้วดูสภาพตัวเองตอนนี้สิเป็นยังไง จะเรียกร้องอะไรไป เวลามันก็ไม่ไหลกลับมาแล้ว