2009/Aug/24

ที่เค้าว่าคนเรา ถ้าไม่เสียสิ่งนั้นไปจะไม่รู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน นั้นท่าจะจริงเป็นที่สุด

เช้ามืดวันนี้เราไปส่งพี่สาวที่จะไปเรียนอเมริกา5ปี เราไม่เคยรู้สึกสูญเสียอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย

พี่สาวเราลาออกจากงานเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อถึงปีครึ่ง อยู่บ้านอ่านหนังสือสอบเตรียมตัวนั่นนี่ ตลอดเวลาปีครึ่งที่ผ่าน เราเอาแต่ผัดกับตัวเองเสมอมาว่า "ยังอีกนาน" เพราะรู้สึกว่าอีกนานเลยทำตัวยังไงก้ได้ ไม่ได้รู้สึกเห็นค่าว่าคนๆนี้กำลังจะไปไกล

พอคิดย้อนไปตั้งแต่สมัยยังไม่ลาออก  เราก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีค่าอะไร จนมามองย้อนตอนนี้ ทำไมเวลามันสั้น ทำไมมันผ่านไปไว ทำไมเราถึงใช้เวลาด้วยกันไม่เต็มที่เลย

ช่วงสัปดาห์ก่อนนี้เป็นช่วงตระเวนกินเลี้ยงกับญาติโยมและเพื่อนแม่ ซึ่งประจวบกับภาระงานอันหนักอึ้ง เรารู้สึกหงุดหงิดใจมากเพราะกลัวงานจะไม่เสร็จ  แต่ก็อยากมีเวลาให้พี่ มันเป็นคอนฟลิกทางจิตใจ

เราคิดเสมอเลยว่า "นี่กูทำอะไรอยู่" ทั้งๆที่พี่กำลังจะไปแต่ตัวเองเอาแต่นั่งทำงานงกๆไม่ได้สนใจใคร แต่ถ้าเราไม่ทำมันก็ได้  นี่เป็นครั้งแรกอย่างจริงจังที่เรารู้สึกเกลียดที่จะมีชีวิตอยู่ในคณะนี้ เกลียดที่มันพรากเอาเวลาสำหรับครอบครัวเราหายไปหมด

แต่ต่อไปก็ไม่ต้องแบ่งเวลาที่ชวนให้หงุดหงิดใจแล้วสินะ ก็ไม่มีคนที่ต้องแบ่งให้แล้วนี่ กลายเป็นลูกคนเดียวที่ไม่ต้องสนใจใคร ถึงเวลาต้องโตได้แล้ว

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าย้อนเวลาได้จะทำอะไร ถึงอยากตอบว่าไม่ให้พีเราไป แต่ก็ไม่ถูก เราไปขวางความเจริญเค้า ตอนนี้คงทำได้แค่ทำใจ  อยู่ใกล้คงเหมือนใกล้ด้วยเทคโนโลยี

สุดท้ายนี้ สมน้ำหน้าที่ไม่เคยเห็นค่าของเวลา ใช้มันไปวันๆ  แล้วดูสภาพตัวเองตอนนี้สิเป็นยังไง จะเรียกร้องอะไรไป เวลามันก็ไม่ไหลกลับมาแล้ว

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
-------นี่เป็นครั้งแรกอย่างจริงจังที่เรารู้สึกเกลียดที่จะมีชีวิตอยู่ในคณะนี้ เกลียดที่มันพรากเอาเวลาสำหรับครอบครัวเราหายไปหมด-----

อ่านแล้วจุก แต่ก็ยกมือเห็นด้วยอย่างจริงจัง

มันไม่ใช่แค่ในคณะหรอกครับ ถ้าจบไปแล้วทำงาน แล้วทำงานเพลิน งานการแบบนี้ก็จะขโมยเวลาที่เราจะอยู่กับคนข้างหลังหรือครอบครัวไปโดยไม่รู้ตัวครับ


คณะนี้ขโมยเวลาของเราไปจริง ๆ แหละครับ
ดังนั้นในปีหลัง ๆ พี่เลยเลือกที่จะไม่ทุ่มให้กับคณะเต็มร้อย แต่ปันเวลามาเพื่อทำในสิ่งที่เราคิดว่าคุ้มกับชีวิตตัวเองมากกว่า


เอาน่ะ เดี๋ยวไว้เรียนจบแล้วก็ยังมีโอกาสไปเยี่ยมได้นี่ครับ ไงก็ น้องจะจบแล้วนี่นะ สู้ๆ
#1  by  โคค่อน At 2009-08-24 11:53, 
สู้ ๆ นะคะ

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันทำให้โลกเราใกล้กันมาก ๆ เชื่อสิว่า ห้าปีเดี๋ยวก็ผ่านไป

คนที่เป็นฝ่ายไปต่างหากที่น่าจะเหงากว่านะ big smile

ถ้าคิดว่าโดนแย่งเวลาสำหรับครอบครัวไป ก็ลองแบ่งเวลาซะใหม่ก็ได้เนอะ ชีวิตคนเราเกิดมามีครั้งเดียว ใช้ให้คุ้ม ๆ อยู่กับคนที่เรารักและรักเราดีกว่าเนอะ
#2  by  momoocha At 2009-08-24 12:07, 
เห้นด้วย เป็นเอนทรี่ที่ดี big smile
#3  by  ~Nanshu SinKID~ At 2009-08-24 12:57, 
จุกว่ะค่ะ Hot!

ถ้าเป็นตัวเองตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเรียนให้มันจบๆ แล้วจะตามพี่ไปหรือยังไงก็ว่ากันอีกทีว่ะ

คำว่า พราก นี่ฟังดูเลวร้ายเนอะ - -'
#4  by  iDoi* At 2009-08-24 14:16, 
นเราไม่เคยรุ้เลยว่าเรามีเวลาเท่าไหร่

แต่เราทุกคนรุ้ว่าเราใช้ไปเท่าไหร่แล้ว...

แปลกเนอะที่คนเรามักจะเห็นค่าของเวลาที่มี..

....เมื่อมันจะหมดแล้ว....

....เมื่อมันน้อยเกินกว่าที่เราจะแก้ไขอะไร....

....เมื่อเราไม่สามารถจะทำอะไรได้มากกว่านี้แล้ว...

....เมื่อทุกๆอย่างหรืออะไรๆมันดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว...
#5  by  ทะเลน้ำขุ่น At 2009-08-24 14:26, 
ไม่เห็นเป็นไรเลยนะ

ตอนนี้รู้คุณค่าของเวลาแล้ว

big smile
#6  by  redtear At 2009-08-24 14:33, 
อ่า อ่านแล้วจี๊ดดีนะแกsad smile
ก็พอเข้าใจละ เมื่อก่อนก็ทุ่มกับสิ่งๆ หนึ่งจนไม่มองไปอย่างอื่น เราก็เคยเป็น เพราะฉะนั้นตอนนี้เลยเริ่มมองคนรอบข้างมากขึ้น อยู่กะเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะพยายามทำได้ แต่ก็ไม่พยายามทิ้งงานละนะ

*ตบบ่า* เอานะ ให้อดีตเป็นครูเรา ตอนนี้ก็ต้องปรับปรุงละนะ อย่าคิดมากแก*จิ้มพุง*
#7  by  ซัสจี้ At 2009-08-24 16:15, 
แหมคุณคะ ทำยังกะำคุณพี่จะไม่กลับมาอีกเลย

ดูฉันสิ .... พี่ฉันก็กำลังจะไปวิลันดาเหมือนกัน
อาจจะสองปี

ฉันยังทำของขวัญไม่เสร็จเลย จะไปอยู่สามสี่วันนี้แล้ว
แต่ก็สงสัยอาจจะเป็นเพราะว่า

ฉันกับพี่ชายฉันไม่ค่อยสนิทกันด้วยล่ะมั้ง
เพราะว่าฉันไปอยู่โรงเรียนประจำ พี่ฉันอยู่บ้าน พอฉันอยู่บ้านพี่ฉันก็ไปอยู่โรงเรียนประจำ (อย่างกะเข้าเวร)

เอาน่าๆ สไกป์มี
หรือจะส่งจดหมายแบบในเรื่องน้องขมก็ได้นะเธอ... คลาสสิก ฉันก็ว่าจะทำ (แพงป่ะวะ)

double wink
#8  by  Fonn || AR51 At 2009-08-24 19:10, 
พี่เข้าใจมากๆเลยล่ะ
พี่ก็เคยคิดเหมือนกัน
งานที่ต้องเรียนมันพรากเอาเวลาไปหมด
แต่ก็ต้องอดทนนะ
แล้วน้องก็จะเข้มแข็งมากขึ้นไปอีกขั้น
#9  by  mutsuki At 2009-08-24 19:10, 
เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกันค่ะ
แต่ไม่ได้รุนแรงมาก
เพราะยังไม่ได้สูญเสีย
แต่เหมืแนกับว่าเวลาที่เคยให้กันกับพี่กับน้อง
น้อยลงไปกว่าเดิมมาก
เพราะฉะนั้นก็ต้องสู้ๆกันต่อไปค่ะ
เพราะเราเลือกมาทางนี้แล้ว
ก็ต้องแบ่งเวลาให้ดี
อย่าหมกงานให้เยอะมากนัก
โชคดีค่ะ
#10  by  leeju At 2009-08-24 22:18, 
เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกันค่ะ

บางทีพอใกล้กันก็ ไม่รู้สึกอะไร
แต่พอห่างกันแล้วรู้สึกว่า เสียดายเวลาที่เคยได้อยู่ใกล้ๆกัน

ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในคณะนี้
เวลาที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างคนทั่วๆไป ให้เวลากับครอบครัว พี่น้อง เพื่อนฝูง มันหายไปไหนหมด
เฮ้อ
#11  by  D : ) N U T At 2009-08-25 21:01, 
เห็นด้วยกับเรื่องเวลาที่หายไปฮะ
บางทีก็อยากใช้เวลาให้เต็มที่กับครอบครัวบ้าง
อยากเที่ยวกับเพื่อนโดยไม่มีห่วงเรื่องงาน
ตอนนี้เลยได้แต่พยายามยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้เืลือกไป(ซึ่งไม่รู้ว่าเลือกถูกรึเปล่า sad smile )
ถึงพี่แม่อยู่ไกลแต่ก็ยังติดต่อกันได้นะฮะ
จะว่าไปอีกไม่นานแ่ม่ก็จะจบแล้ว ไว้ค่อยไปหาก็ได้
ตอนนี้ก็พยายามเข้านะฮะ big smile
#12  by  giri At 2009-08-28 18:58, 
โอ๋ๆแกยังมีลูกอยู่มากมายนะ
บายเกว
----
ความเศร้าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต
บายกุ้ง
-----
เราชื่อแนน เป็นเพื่อนกุ้งเกว
----
เขียนที่ไอดี ขี้เกียจทำงาน
#13  by  เกวลี ออ 406 กลุ่มลูกคนกลาง (161.200.255.162) At 2009-09-11 15:41, 
เพราะมีคำว่าผูกพันธ์มั้งคะ

ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ถ้าเป็นเกี่ยวกับครอบครัวหรืออะไรอย่างงั้น

แต่ก็คิดนะ ว่าทำไมเวลาที่เรามี มันถึงได้น้อยนักเมื่อเทียบกับความสุข

อย่าเสียใจกับเรื่องเสียดายเวลาเลย แต่เสียใจที่เราเกิดมาบนโลกใบนี้ดีกว่า ถ้าโลกใบนี้ มีเวลามากกว่านี้ก็คงดี มันคงพอให้เราทำอะไรได้มากมาย

แต่วนไปยังไง มันก็คือเรื่องของเวลาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้นั่นแหละ ไม่ว่าจะเปลี่ยนที่เงื่อนไขตัวเวลา หรือจะเปลี่ยนที่ความคิดเราก็ตาม

ปล. งงไม๊ เพ้อเจอ้ อย่าอ่านเลย ฮะๆๆcry
#14  by   (119.42.73.84) At 2009-09-28 20:02, 

<< Home