2008/Aug/27

 ศิลปิน : เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา

 เนื้อเพลง: เรื่องนิดเดียว
อัลบั้ม: เกาะบันไดวัด ชุดพิเศษ: เพ็ญเดือนหก (วิสาขบูชา)

นั่งอยู่คนเดียว มันเปลี่ยว มันเหงา
เขาไม่มาสนใจ
ใครจะไปทางไหน สุดแท้แต่ใจเขา
มากมายปัญหา จึงเกิดขึ้นมา
โยนไปบนท้องฟ้า
เรา มันแค่ ลูกหมา ตาดำดำ

สุดแท้แต่ใจ ของใครจะฝัน
อย่ากีดกั้นมันด้วยความรู้สึก
ตรวจตราตรึกตรองด้วยความสำนึก
ว่าลึกๆ นั้นเบียดเบียนผู้ใด
และใครๆ ในโลกมันโศกมันเศร้า เราไม่มีกังวล
ทุกข์ที่เราผจญ นั้นเพียงอณู

หากเปรียบกับโลกที่ใหญ่เท่าฟ้า
ดวงดารานับพัน จักรวาลยิ่งใหญ่กว่านั้น
ฉันก็ตัวนิดเดียว

Cha...da...Cha...

อีกไม่นานก็ตาย อีกไม่นานก็ตาย
เอาอะไรกันมาก จะเอาอะไรกันมาก
อีกไม่นานก็ตาย ตายแค่เรื่องนิดเดียว

ที่มา : www.siamzone.com

แนะนำเพลงดีๆให้ได้รู้จักกันค่ะ เป็นอัลบั้มเพลงธรรมะทั้งชุดเลย แต่มันฟังง่ายและดีมาก ฟังเลยใจคอสงบจริงๆแฮะ(ชอบเปิดเวลาดราฟคอน)

 คงเพราะช่วงนี้มีมรสุมชีวิตเข้ามาเยอะ เลยมีเรื่องให้เศร้าใจตลอด  หลายครั้งที่เอาแต่โทษตัวเอง ดูถูกตัวเอง เก็บเอาไปคิดว่าปัญหานี้มันใหญ่โตจนระเบิดโลกใบน้อยๆในใจเราได้เลย

เราก็จะนึกถึงเพลงนี้ "หากเปรียบกับโลกที่ใหญ่เท่าฟ้า ดวงดารานับพัน จักรวาลยิ่งใหญ่กว่านั้น ฉันก็ตัวนิดเดียว"

นั่นสินะ  ถ้าคิดในแง่บวกเนี่ย การที่เราได้เกิดมาก็เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่แล้ว  ยิ่งเราที่มีโอกาส มีปัจจัย4 ครอบครัวที่ดี แค่นี้ก็สุขแล้วไม่ใช่หรือ  ถ้านั่นยังไม่พอใจ ก็ขอให้ลองมองเพื่อนร่วมโลกนับล้านที่ไร้โอกาสดู  ชีวิตเราดีแค่ไหนแล้ว

เคยอ่านหนังสือ เค้าถามว่าทำไมเรื่องแย่ๆต้องเกิดกับตัวเรา  มันก็มีคำตอบดีๆที่ว่า เพราะพระเจ้ารู้ว่าถ้าเป็นเราจะต้องฝ่าฟันไปได้แน่ๆน่ะสิ

สุขและทุกข์เป็นอะไรที่อยู่กับตัวเรามาตลอด  แต่เราจะมีความสามารถเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุขได้มากมายแค่ไหน

มาตอนนี้ก็ต้องขอขอบคุณความทุกข์  เพราะ ทุกข์ท้าทายสติ ปัญญา ของเราว่าจะรับมือยังไง

ทุกข์ทำให้เวลาเดินช้าลง มีเวลาคิดตริตรองมากขึ้น  เพราะทุกวันนี้โลกเรามันหมุนไปเร็วเหลือเกิน  ใจที่หลงระเริงเกินไปจะทำให้ใช้ชีวิตได้ไม่คุ้มค่า

ทุกข์ทำให้เรารู้สึกถึงการมีชีวิต

"เอาอะไรกันมาก อีกไม่นานก็ตาย ตายแค่เรื่องนิดเดียว"

ขอให้ทุกคนฝ่าฟันอุปสรรคไปได้นะคะ

ขอบคุณความทุกข์

 

 

2008/Aug/17

http://www.arowjung.com/images/wall_e.jpg

ฮ่า เห็นโปสเตอร์ก็รู้เลยว่าเราได้ไปดูหนังดังในช่วงนี้ Wall-E มาแล้วแน่นอน

วอลอี หุ่นยนต์บดอัดขยะพระเอกของเราซึ่งมีชีวิตรอดอย่างเดียวดาย ในโลกอันรกร้างแต่ไม่ว่างเปล่า เพราะเขามีขยะจำนวนมหาศาลและแมลงสปตัวจ้อยเป็นเพื่อน  จนวันนึง เขาก็ได้พบกับอีฟ หุ่นยนต์สาวสวย(รู้สึกได้เลยจริงๆนะว่าสวย)  ความรักของวอลอีจึงทำให้เรื่องดำเนินไป อย่างน่ารัก น่าติดตาม และน่าสนใจ

ไม่ขอสปอยล์อะไรทั้งนั้น แต่แนะนำว่า ใครยังไม่ได้ดูก็ขอให้ดูซะ  เพราะมันยอดเยี่ยมมาก งานภาพนี่ก็ไม่ต้องสงสัย  ด้านเพลงก็ใช้เพลงรักเก่าๆ ซึ่งอาจจะเป็นความตั้งใจcontrastอย่างสุดขั้วกับโลกอนาคตแสนไฮเทคก็ได้

 ข้อคิดที่เรื่องนี้สอดแทรกไว้อย่างเต็มที่(ไม่นับความน่ารักสุดขีด) ก็คือ ความรัก  ไม่ใช่แค่รักหนุ่มสาว แต่มันคือรักของเพื่อนมนุษย์ รักการมีชีวิต และการรักษ์โลก

ลองมาคิดเล่นๆดูว่า Wall-E นี่มันเป็นการเล่นผวนคำกับคำว่า We all รึป่าวนะ

เพราะวอลอีเป็นตัวแทนแห่งความรัก ความหวัง ความพยายาม  ดังนั้นหากพวกเราทุกคน(We all) ร่วมมือกัน ความรักจะต้องนำพาให้เกิดอะไรที่ดีขึ้นบนโลกใบนี้แน่ๆ

 

บังเอิญวันนี้เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง The Foutain ไป

หนังดีที่ทำรายรับได้คว่ำไม่เป็นท่า  เคยได้ยินคนวิจารณ์ว่าดีสุดยอด

จริงๆนึกอยากดูตั้งแต่ตอนที่เข้าโรงแล้ว  แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดู  พอได้ดูวันนี้ พับผ่าสิ ถึงกะหาบทวิจารณ์มานั่งอ่านทันทีเลยเชียว(จึงไม่เป็นอันทำงาน)

หนังว่าด้วยชาติภพ3ชาติของพระเอก(ฮิวจ์ แจ็คแมน) ที่เฝ้าแต่ยื้อช่วยชีวิตของหญิงอันเป็นที่รัก(ราเชล ไวส์) หมกมุ่นกับชีวิตนิรันดร์  จนมาชาติสุดท้ายที่พระเอกของเราดูเหมือนจะบรรลุได้และไม่ยึดติดกับการมีชีวิตในที่สุด

ตัวหนังมีเนื้อหาที่ค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป  เพราะมันเกี่ยวกับอภิปรัชญา จิตวิญญาณ ศาสนาและความเชื่อ  จึงทำให้หนังเรื่องนี้มิอาจเป็นหนังตลาดได้

คงต้องด่าความอ่อนด้อยในตัวเองที่ตอนดูจบก็ยังนั่งนิ่ง อึ้งๆอยู่ และไม่เข้าใจในบางส่วน เพราะสัญลักษณ์มันเยอะและต้องตีความมหาศาลเหลือเกิน เราซึ่งเป็นชาวพุทธแท้ๆก็ไม่เคยได้ยินเรื่อง Foutain of life ซะด้วยสิ เลยแบบงงๆ

แต่โดยรวมแล้วก็พอจะเข้าใจสารที่จะสื่อ เกี่ยวกับชีวิตอมตะว่าสุดท้ายแล้วมันก็ไม่มีจริง  หากแต่จิตวิญญาณของคนจะไปอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นอมตะแน่ๆ แต่นั่นหมายถึง คุณต้องหลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นก่อน 

สิ่งที่ตื่นตาเป็นพิเศษคืองานภาพสุดอลังการ ฉากอนาคตที่พระเอกล่องลอยไปในอวกาศ (แต่เราเชื่อเอามากๆว่ามันคือสภาพภายในจิตใจพระเอก) ภาพมันสุดยอดเอามากๆ(เช่นในโปสเตอร์หนัง)

(อนึ่ง ฉากเต้นรำในอวกาศของวอลอี ทำให้เรานึกถึงพวกฉากอวกาศในเรื่องนี้มากน่ะ มันดูเป็นการเนรำของจิตวิญญาณที่หลุดลอยและรวมเป็นหนึ่งดี)

ใครที่ไม่สนใจในพวกอภิปรัชญา ก็ขอให้ดูงานภาพสุดตระการตาเถิด มันแหร่มจริงๆพี่น้อง

ส่วนตัวแล้วอยากจะพูดถึงเรื่องนี้ให้มาก แต่ก็กลัวจะเบื่อกันซะก่อน อนึ่งแล้ว ยังมีบทวิจารณ์ที่เขียนได้ละเอียดและเยี่ยมมากๆอยู่แล้ว

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=04-2007&date=06&group=1&gblog=230

ใครที่สนใจด้านนี้ ลองอ่านรีวิวของคุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"แล้วจะต้องไปรีบหามาดูอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ๆค่ะ

 

อนึ่ง เพิ่งสังเกตว่าบล็อกช่วงนี้มันเน้นไปทางปลดปล่อยและเที่ยวชิวเสียมาก  สรุปความได้ง่ายๆว่าอิฉันหนีความจริง ไม่ยอมทำการทำงานค่ะ ห้าๆๆๆ T {} T ตาย!!