2008/Jun/01

1 มิ.ย. 2551

22.00 น.

  

   ฉันนั่งพิมพ์เอนทรีสุดท้ายของปิดเทอมด้วยความร้าวราน และด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาดูแลบล็อกนี้เลย(จริงๆมันก็แค่ข้ออ้าง)  ธีมที่ว่าจะเปลี่ยน ฉันก็ไม่ได้เปลี่ยน ขอโทษนะบล็อกน้อย T _ T

  ตอนนี้ฉันกำลังนั่งระลึกความหลังตลอดที่ผ่านมาสามเดือนอันคุ้มค่า  ฉันใช้ชีวิตปิดเทอมได้เต็มเอียดยิ่งกว่าปีไหนๆ  พอมาวันสุดท้าย ฉันจึงรู้สึกเยี่ยวเหลืองเป็นอันมาก

  มันเริ่มจากการได้ติวน้อง(ของคณะ)ตอนเมษา สั้นมาก แต่ก็พอสนุกอยู่ ได้รู้จักเด็กๆฉันก็ดีใจอย่างบอกมิถูก

 ฉันได้ไปมีตติ้งเล็กๆกะพี่ในคณะที่(เหมือนจะ)เป็นโอตาคุเช่นกัน เป็นกลุ่มเล็กๆ แต่เฮฮาสนุกสนาน อาหารก็อร่อย ที่สำคัญคือกินฟรี  จึงเป็นวันที่ฉันมีความสุขมากๆ  เหมือนได้เข้าใกล้ความฝันตัวเองอีกนิดนึง

หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงปั่นโดและต้นฉบับเรือนไทยอย่างบ้าคลั่ง  เป็นช่วงที่เครียดกับความฝันและตัวเองเป็นอย่างมาก  แต่สุดท้ายก็ผ่านมาด้วยดี พอใจกับงาน  และก้ได้ไปขายโดที่CP10 ซึ่ง เป็นงานการ์ตูนที่ไม่ได้ไปมานานมากแล้ว  ตอนแรกเลยกลัวๆ แต่สุดท้ายฉันก็คงต้องยอมรับว่า นี่เป็นตัวตน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ฉันรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างจริงจังที่หนึ่ง

 และแล้วก็เรียนซัมเมอร์ ฉันได้ลงวิชาปรัชญาและตรรกะ ซึ่งเป็นวิชาที่ตอนแรกไม่กล้าเรียนเพราะเกรดที่เล่าลือกันว่า ได้ยากขั้นเทพ  แต่สุดท้าย ฉันก็ลองเสี่ยงดู  ผลออกมาว่า ฉันก็ได้เกรดตามที่พึงประสงค์ และได้ความรู้ ความเยี่ยวเหลืองจำนวนมหาศาลกลับมา  ฉันรู้จักคำว่าปรัชญาและชีวิตมากขึ้น บอกได้เลยว่า ถ้าฉันไม่ได้เรียนวิชานี้คงเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของชีวิตนิสิต

 ช่วงนี้เองที่ฉํนได้ดูหนังจำนวนมาก เช่น ปิดเทอมใหญ่ฯ , Always2,  My blueberry night, Forbidden Kingdom, นาค และหนังเก่าอย่าง Paris Jet'aim  จริงๆอาจเยอะกว่านี้ แต่ฉันก็ลืมไปแล้ว  ถ้านี่เป็นสิ่งบันเทิงที่บรรจุในหลักสูตรปิดเทอม ถือว่าฉันทำคะแนนได้พอควรละมั้ง 

ปีนี้ฉันได้ช่วยละครค่อนข้างน้อย คงเพราะส่วนนึงทำงานจ็อบที่คั่งค้างและส่วนนึงเพราะใจมันไม่ไป  แต่ถึงอย่างน้อน ฉันก็ได้รู้จักกับน้องๆเพิ่มขึ้น(นิดนึง)จากการไปช่วยงานละคร และทำให้เราได้สนิทกัน  เดิมที่ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมคนเราถึงอยากทำกิจกรรม ตอนนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจมาบ้างแล้ว บางทีความสนุกมันคงเกิดจากผู้คนนี่เอง

 และในช่วงสุดท้ายของการเปิดเทอมมันคือการเรียน3DsMaxและการไปวิ่ง รับน้องเป็นประจำ  พูดได้เลยว่า ฉันออกจากบ้านแทบทุกวันจนเยี่ยวเหลือง ฉันเบื่อคณะเหลือเกิน แต่ก็ต้องไปด้วยเวทมนต์แห่งความสำนึกอะไรบางอย่าง  อย่างไร ด้วยเหตุผลเดียวกะย่อหน้าข้างต้น  ฉันได้รู้จักน้องๆ(บ้าง) และได้ทำอะไรไปกะเพื่อน การมีส่วนร่วมมันทำให้ฉันรู้สึกถึงความมีค่าบางอย่าง พูดไปแล้วเยี่ยวเหลือง แต่กะคนอย่างฉัน  ฉันว่างานเข้าดีกว่าโดนแบนอย่างแน่นอน 

สุดท้ายนี้ ฉัน(ซึ่งใช้เวลาพิมพ์มหาศาลมาก)คงไม่มีความนัยอะไรเกี่ยวกะปิดเทอมแล้ว เพราะมันคุ้มค่าทุกหยดจริงๆ บันทึกนี้ก็เครื่องเตือนใจชนิดหนึ่ง  ช่วยให้ฉันซึ่งมีความปลาทองสูงระลึกถึงตัวตนได้อดีตได้ในวันข้างหน้า

เอาล่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เปิดเทอมแล้ว ฉันเศร้าใจเหลือเกิน แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป  

 

สวัสดีเปิดเทอม

 

หมายเหตุ: ที่แทนตัวว่า"ฉัน"ซึ่งผิดจากปกติของเรา ก็เพราะเป็นเสียงจากความคิดโดยแท้จริงน่ะนะ

 

2008/May/22

วันนี้ฝนตกอีกแล้ว

.......

.......

เสียงพระสวดดังออกมาจากศาลา  เรานั่งพนมมือฟังคำสวดที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยทราบความหมายไปอย่างเบลอๆ

คนอีกเกือบร้อยต่างมารวมกัน เพื่อ 1 ชีวิตที่หายไป

เราทุกคนนั่งอยู่ที่นั่น ฟังบทสวดที่ไม่เคยเข้าใจท่ามกลางลมฝนพัดเย็น

ชีวิตที่หายไป เหมือนน้ำฝนที่ไหลลงมา

.......

ตั้งแต่เกิดมาเราไปงานศพนับครั้งได้ แถมนี่ก็ไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว เราจึงไม่คุ้นเคยกะอะไรเลย  ในหัวเรามีแต่คำถามว่าทำไม

ทำไมถึงถ่ายรูปในงานศพ  ทั้งๆที่มันเป็นความทรงจำแสนเศร้า แล้วถ่ายทำไม

ทำไมชีวิตถึงแสนสั้น  แล้วคนที่จากไปเค้าจะเฝ้ามองอยู่แถวๆนั้นรึป่าว  ตายแล้วไปไหน

ทำไมงานศพถึงจัดเป็นวันคี่  ตัวเลขสำคัญยังไง หรือเป็นแค่ความเชื่อที่ไร้เหตุผล

ทำไมเราถึงรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้

ทำไม ทำไม ทำไม

........

มีคนเคยพูดอยู่เสมอเรื่องว่าจะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ ขอให้รีบทำในสิ่งที่อยาก

ใช่เลย เราเห็นด้วย 

แต่ในทางปฎิบัติมันยากมากๆนะ  ถ้าการกระทำนั้นทำไปเพราะแค่อยาก  แต่ผลกระทบของมันจะทำให้เราทุกข์ใจไปอีกนาน  แล้วคนเราจะเลือกทำมั้ย

 

มองน้ำฝนที่ไหลลงมา ก็เหมือนชีวิตคนที่ค่อยๆตกลงมา  ระหว่างทางเราเองจะเจอเพื่อนร่วมทางมากมาย แต่สุดท้าย ทุกคนย่อมตกลงมา กระแทกพื้น สิ้นใจ แต่ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

จนตอนนี้เราก็ยังคิดไม่ตกกับชีวิตว่าควรจะทำอะไรยังไงดี 

เรารู้แต่ว่าเราต้องมีชีวิตต่อไป  เพราะหากอะไรหลายๆอย่างที่มันทำเลยไม่ได้ มันต้องรอเวลา เราก็จะต้องมีชีวิตถึงวันที่ได้ทำให้ได้

 

วันนี้เราได้สูดหายใจลึกๆ  หลังจากที่รู้สึกว่าไม่ได้"หายใจ"เสียตั้งนาน

หายใจเข้าออกให้เต็มปอด เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า

ฉันยังมีชีวิตอยู่

............

............

ตอนนี้ ฝนกำลังตกอยู่