2009/Oct/16

หายไปนานมากไม่รู้กี่เดือน จริงๆเพราะไม่รู้จะเขียนอะไรนั่นเอง

ปิดเทอมนี้พยายามใช้ชีวิตแบบชิวๆ แต่ก็ไม่ได้ชิวอย่างที่คิดด้วยภารกิจนั่นนี่  แต่ที่แน่ๆคือได้เล่นซิมส์สมใจ  ดูหนังไปหลายเรื่อง(ก่อนเปิดเทอมมีสาดรีวิวแน่)  พยายามใช้ปิดเทอมแบบที่ปิดจริงๆสุดท้ายของชีวิตให้ชิวสุดๆ

ปิดเทอมนี้ก็ได้ไปเที่ยวราชบุรี-สวนผึ้งมาจ้ะ  พบว่าเป็นจังหวัดที่เจ๋งมากๆ ในตัวเมืองล้วนเจริญ  มีการอนุรักษ์อาคารเก่าๆไว้เยอะเชียว(แต่ไม่ได้ถ่ายไว้)  หลักๆคือเราไปที่สวนผึ้ง  พบว่าเป็นที่ที่มีรีสอร์ตสวยงามมากมาย เก๋ชิคจริงๆ แต่เราพักแบบปกติชนมากๆในบริเวณที่ที่มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติถึง  ก็เลยได้แช่อย่างไพรเวทสบายใจ  พบว่าน้ำแร่นี่เหมาะกะคนแก่ แต่ไม่เหมาะกะเราเลยจริงๆ(ทั้งที่แก่) 

ภาพน้ำค้างบนใยแมงมุมยามเช้าตอนที่ออกไปเดินป่าดูต้นธารน้ำร้อน

หินในลำธารที่ให้ความรู้สึกดราม่ามากๆ  ทำให้นึกถึงฉากฆาตรกรรมในหนังอินดี้(เช่น beautiful town รึ Samaritan girl) ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

รีสอร์ตสุดฮิปที่แวะไปกินข้าวเย็น  บ้านจะอารมณ์ดินๆอะ  ตั้งแยกหลังตัดกะสีเขียวของหญ้า  ส่วนเฟอร์ขาวล้วน ชิคสิ้นดี

ณ รีสอร์ตอีกแห่ง The Scenery  เริ่ดไม่แพ้กัน มุมนี้ ณ ที่จอดรถ นึกถึงชนบทญี่ปุ่นไงไม่รู้ว่ะ

เชื่อมั้ยว่านี่คือทางเข้าห้องน้าชาย อลังการดาวล้านดวงมากๆ

หนึงในการประดับเก๋ไก๋ในห้องน้ำ (มีคนมาถ่ายรูปห้องน้ามากมาย)

ส่วนของก๊อกน้ำ  เก๋ๆ

จริงๆจุดประสงค์หลักของที่นี่คือเป็นฟาร์มแกะที่เปิดให้คนเข้ามาเล่นและให้อาหารได้ในราคาสูงลิบ แบบว่า ต้องไปเป็นเด็กเลี้ยงแกะให้ยังต้องจ่ายเงินอีก เอ้อนะ คิดในแง่ดีก็คือซื้อประสบการณ์วะ

 

ได้แวะ"บ้านหอมเทียน"เป็นร้านอาหารและขายเทียน และทำเป็นที่เที่ยวถ่ายรูป เก๋ชิค  ชอบมาก

ขายเทียนหลากสีสัน

อันนี้ห้องอีกที่หนึ่ง  เก๋มาก มีความโบราณที่กุ๊กกิ๊กในที ชอบที่นี่อะ

อีกนิดนึง ชั้นสีแดงแปร๊ดกับตุ๊กตาโบราณหน่อยๆ

 

อันนี้ที่ จิปาถภัณฑ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่ากับเรื่องราวในท้องที่รวมทั้งชาวมอญ  ทำได้ดีพอควรเลยล่ะ ใช้การจัดดิสเพลย์เป็นฉากเรื่องราว

 

ปิดท้ายราชบุรีด้วยฝูงค้างคาวนับร้อยล้านตัวที่บินออกมาหากินจากถ้ำในยามเย็น  บินเส็นสายตามกันไป ม้วนเกลียวในจุดเดียวกันก่อนจะแยกตัว น่าทึ่งมากๆ

 

แถมด้วยการไปงานรับปริญญาญาติที่นครราชสีมา ได้แวะกินข้าวที่ร้าน"บ้านไม้ชายน้ำ" เป็นร้านอาหารกึ่งพิพิธภัณฑ์ของโบราณ  เยอะจนน่าตกใจ แต่จริงๆก็มีที่ทางร้านเค้าทำเลียนแบบของเก่าด้วยน่ะแหละ  แต่ไปแล้วถูกจริตมาก นอสทัลเจียที่สุด

ใครก็ไม่รู้ แต่รูปดูเก่าเหงาสิ้นดี

ปิดท้ายด้วยโบราณวัตถุ ห้าๆๆ

 

พอแล้วล่ะจ้ะ ไว้เก็บที่อื่นไปหากินในโอกาสหน้ามั่ง ฮ่ะๆ  บทเรียนที่ได้จากการเที่ยวในปิดเทอมนี้คือ "เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้" จริงๆนะเออ บางทีใกล้ๆเราอาจมีอะไรน่าไปเที่ยวอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว  หลังจากที่เราได้ไปบ่อน้ำร้อนที่ระนองรึราชบุรีแล้วเนี่ย ก็พบเลยว่า ไทยมีของดีไม่แพ้ชาติไหน ดังนั้น ก็ลองมาเที่ยวกันได้นะจ๊ะ

แล้วเจอกันกับเอนทรี่ตะลุยรีวิวหนัง โอ๊ส

2009/Aug/24

ที่เค้าว่าคนเรา ถ้าไม่เสียสิ่งนั้นไปจะไม่รู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน นั้นท่าจะจริงเป็นที่สุด

เช้ามืดวันนี้เราไปส่งพี่สาวที่จะไปเรียนอเมริกา5ปี เราไม่เคยรู้สึกสูญเสียอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย

พี่สาวเราลาออกจากงานเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อถึงปีครึ่ง อยู่บ้านอ่านหนังสือสอบเตรียมตัวนั่นนี่ ตลอดเวลาปีครึ่งที่ผ่าน เราเอาแต่ผัดกับตัวเองเสมอมาว่า "ยังอีกนาน" เพราะรู้สึกว่าอีกนานเลยทำตัวยังไงก้ได้ ไม่ได้รู้สึกเห็นค่าว่าคนๆนี้กำลังจะไปไกล

พอคิดย้อนไปตั้งแต่สมัยยังไม่ลาออก  เราก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีค่าอะไร จนมามองย้อนตอนนี้ ทำไมเวลามันสั้น ทำไมมันผ่านไปไว ทำไมเราถึงใช้เวลาด้วยกันไม่เต็มที่เลย

ช่วงสัปดาห์ก่อนนี้เป็นช่วงตระเวนกินเลี้ยงกับญาติโยมและเพื่อนแม่ ซึ่งประจวบกับภาระงานอันหนักอึ้ง เรารู้สึกหงุดหงิดใจมากเพราะกลัวงานจะไม่เสร็จ  แต่ก็อยากมีเวลาให้พี่ มันเป็นคอนฟลิกทางจิตใจ

เราคิดเสมอเลยว่า "นี่กูทำอะไรอยู่" ทั้งๆที่พี่กำลังจะไปแต่ตัวเองเอาแต่นั่งทำงานงกๆไม่ได้สนใจใคร แต่ถ้าเราไม่ทำมันก็ได้  นี่เป็นครั้งแรกอย่างจริงจังที่เรารู้สึกเกลียดที่จะมีชีวิตอยู่ในคณะนี้ เกลียดที่มันพรากเอาเวลาสำหรับครอบครัวเราหายไปหมด

แต่ต่อไปก็ไม่ต้องแบ่งเวลาที่ชวนให้หงุดหงิดใจแล้วสินะ ก็ไม่มีคนที่ต้องแบ่งให้แล้วนี่ กลายเป็นลูกคนเดียวที่ไม่ต้องสนใจใคร ถึงเวลาต้องโตได้แล้ว

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าย้อนเวลาได้จะทำอะไร ถึงอยากตอบว่าไม่ให้พีเราไป แต่ก็ไม่ถูก เราไปขวางความเจริญเค้า ตอนนี้คงทำได้แค่ทำใจ  อยู่ใกล้คงเหมือนใกล้ด้วยเทคโนโลยี

สุดท้ายนี้ สมน้ำหน้าที่ไม่เคยเห็นค่าของเวลา ใช้มันไปวันๆ  แล้วดูสภาพตัวเองตอนนี้สิเป็นยังไง จะเรียกร้องอะไรไป เวลามันก็ไม่ไหลกลับมาแล้ว



A la mode
View full profile