2008/Jul/23

เรื่องตลก69 หนังไทยที่นานแล้ว แต่เราเพิ่งได้ดู ในคืนก่อนสอบน่ะล่ะ

เรื่องย่อสั้นๆคือ หลังจากมีเงินสดกองโตมาวางหน้าห้องหมายเลขหกของตุ้ม(หมิว) โลกของเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อมีคน(ซวย)มาตายในห้องของเธอศพแล้วศพเล่า

 พล็อตแค่นี้ก็ให้ความรู้สึกที่หนักมากพออยู่แล้ว  ยิ่งพอได้ดู(จนถึงกะต้องวางหนังสือ)  ยิ่งรู้สึกถึงความน่าติดตามเบื้องหลังความหนักหนานั่น 

เรื่องตลก....มันตลกจริงๆหรือถ้ามีคนมาตายต่อหน้าต่อตาคนแล้วคนเล่าที่ห้องตัวเอง 

เลข6กับ9 ที่มองกลับกัน  เปลี่ยนจากวันธรรมดาให้กลายเป็นวันพิเศษ  เปลี่ยนเรื่องตลกเป็นโศกนาฎกรรม ..... เปลี่ยนชีวิตของคนเลยทีเดียว

ความรู้สึกที่ได้จากการดูเรื่องนี้คือนิ่ง อึ้ง  เป็นความรู้สึกที่คล้ายๆกับตอนดูเรื่องรักน้อยนิดมหาศาล  แต่ก็ไม่ใช่  เรื่องนี้มันหนักกว่า ขณะที่อีกเรื่องทำให้เราเหงาอย่างไม่น่าเชื่อ

คืนก่อนหน้านี้ เราซึ่งกำลังนั่งดราฟงานอยู่ ได้ยินคำพูดจากหนังเรื่องคนหิ้วหัวอย่างกระท่อนแท่นว่า

 "..เราถึงต้องนัดเจอกันที่โลกใบนี้ก่อนไงล่ะ"

 อึ้ง

อึ้งไปเลยจริงๆ

ไม่ว่าประโยคก่อนหน้าจะเป็นอะไร แต่เราก็ถือวิสาสะตีความไปเรียบร้อยแล้วว่า  ก่อนเราจะเกิด หรือพอเราตายแล้วจะไปที่ไหนก็ไม่รู้  แล้วเราจะได้เจอคนที่เรารักในที่แห่งนั้นได้อย่างไร  คำตอบมันก็ง่ายๆแค่ นัดเจอกันที่โลกนี้ ณ ตอนนี้ก่อนแค่นั้นเอง

ตุ้ม นางเอกจากเรื่องตลก69 ช่างน่าสงสาร เวลาที่เธอได้พบเจอใคร คือเวลาตายของพวกเขาทั้งสิ้น ถ้าเจอแบบนี้ อย่าเจอกันเลยดีกว่ามั้ย

 ย้อนมามองที่ตัวเอง

ได้นัดเจอคนที่คุณรักหรือยัง  ได้ทำดีกับเค้าที่สุดหรือยัง  ถ้าเรากลายเป็นคนซวยที่หลงไปในโลก69 ก่อนจะได้นัดกับใคร จะทำยังไง

ช่วงนี้เรารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ  เหมือนเมื่อวานเพิ่งอยู่อนุบาลแท้ๆ  หรือว่ายิ่งแก่ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วก็ไม่รู้

พอมาตอนนี้  เราก้ไม่ได้สนิทสนมกะเพื่อนเก่าบางคนแล้ว  มาคิดดูแล้วมันน่าเสียดายว่าเราใช้เวลาตอนนั้นได้คุ้มค่าหรือยัง มีวันดีๆด้วยกันมากพอมั้ย 

อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้กว่าเราจะได้รู้สึกว่าเป็น"เรา" ได้มีชีวิตอีกครั้ง  แล้ววันนั้น คนที่เคยพบในวันนี้จะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบไหนกะเรา 

ทำวันนี้ให้ดีที่สุดกับคนที่เรารักเถอะ จะได้ไม่เสียใจในภายหน้า ใช้ชีวิตให้"มีชีวิต"จริงๆ

 

แล้วอย่าลืม"นัดเจอ"กันให้เป็นเรื่องเป็นราวล่ะ

edit @ 23 Jul 2008 22:39:37 by alamode

2008/Jul/17

สวัสดีชาวโลก

ขณะนี้โม้ดจี้อยู่ในภาวะจำศีลจ้ะ

ว่าง่ายๆคือช่วงนี้หยุดเพื่อทำโปรเจ็ค และสอบกลางภาค(นิดหน่อย)  จึงเป็นเวลาหมกตัวอยู่บ้าน ทำตัวชิวเยอะๆ แล้ววิกฤติมากๆ

ตอนนี้งานของอะฮั้นก็ไม่กระดิกไปไหน ประจวบกับการอ่านหนังสือสอบและงานนอกบางประการทำให้เล็งเห็นอนาคตแล้วว่า "วิกฤติชัวร์ๆ"

  ดังนั้น เอนทรี่นี้จึงเป็นการบอกกลายๆว่าโม้ดจี้ขอลาตายค่ะ  สวดศพให้หนูด้วย

 

คงเพราะอยู่บ้านกันสองคน เรากะพี่สาวเลยทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือน หัดทำอาหารกันใหญ่ ทั้งๆที่ปกติไม่เคยแตะเล้ย  ผลคือ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่เวลาน้อยลง เพราะเตรียมอาหารมือนึงก็เสียเวลาไป1ชั่วโมง แต่กินจริงๆแค่10นาทีเอง มันคุ้มกันมั้ยวะ = [] =? 

อนึ่ง ช่วงก่อนนี้ค่อนข้างชิวหนีความจริง หนีความเฝด เลยได้ไปเกะกะรุ่นน้อง มันส์มากๆแม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย  ลืมแก่ไปเลยทีเดียว

แล้วก็ได้ดู สามก๊ก (Red Cliff) แม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย  ตลกมาก 

ตลกเพราะพันธมิตรพากษ์น่ะล่ะ  ฉากสู้ก็มันส์ดีนะ  แต่ประเด็นสำคัญสำหรับเราคือ มัน"วาย"มากกกกกก

โฮวๆ จะ จิวยี่Xขงเบ้ง รึซุนกวนXขงเบ้ง ก็เริ่ดไปหมด  ดูแล้วมีความสุขฮิฮะมากๆ  คิดแล้วน้ำลายจะไหลในความหล่อเกย์ โอ๊วววว

 

ปิดท้ายจ้ะ  รูปHBDให้คุณกันดั้มเอฟ(แบบเลทสัด)

โปรดสังเกตคำอวยพร "มาเบี้ยนกัน" มันอวยพรยังไงวะ = [] ="

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้วาดรูปเลย  หลังส่งโปรเจ็คต้องหันมาจริงจังกะการวาดแล้ว ฮึ่ยๆ

 

แล้วเจอกันเมื่อมีเรื่องจะอัพจ้ะ 555